อ.ส.ค. จับมือเครือข่ายรัฐ-เอกชน ขับเคลื่อนโครงการ “ไทย-เดนมาร์ค ร่วมรักษ์” ไปสู่สระบุรีแซนด์บอกซ์
องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ผู้ผลิตแบรนด์นมไทย-เดนมาร์ค ประกาศเดินหน้าความร่วมมือครั้งสำคัญด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รุกบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชนชั้นนำ ในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) โครงการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์นมในโรงเรียน ภายใต้โครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox) เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย มุ่งปลูกฝังจิตสำนึกเยาวชนในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมนำนวัตกรรมรีไซเคิลแปรรูปเปลือกกล่องและถุงนมสู่ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นรูปธรรม
นายแดนณรงค์ ทองอันตัง ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า ในปัจจุบันความผันผวนของสถานการณ์โลกส่งผลกระทบต่ออุปทานเม็ดพลาสติกและต้นทุนวัตถุดิบทั่วโลกให้ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับปริมาณขยะจากบรรจุภัณฑ์โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนในแต่ละปีมีจำนวนมหาศาล หากขาดการบริหารจัดการที่เหมาะสม ขยะเหล่านี้จะกลายเป็นภาระและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทาง อ.ส.ค. ในฐานะผู้ผลิตและจัดส่งนมโรงเรียน จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและริเริ่มโครงการ “ไทย-เดนมาร์ค ร่วมรักษ์” อ.ส.ค. ชวนน้องสร้างมูลค่าจากขยะสู่ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ภายใต้โมเดลความร่วมมือแบบ Public Private People Partnership (PPPP) “ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ โดย อ.ส.ค. ได้ร่วมมือกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสระบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 และ เขต 2องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนพันธมิตรภาคเอกชนอย่าง สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี, บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด, บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ร่วมกันผลักดันโรงเรียนนำร่องจำนวน 20แห่งในจังหวัดสระบุรี เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายวิสัยทัศน์ สระบุรีเมืองคาร์บอนต่ำร่วมกัน” นายแดนณรงค์ กล่าว
สำหรับรูปแบบการดำเนินงานของโครงการ อ.ส.ค. จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนผ่านแนวคิด “ตัด-ล้าง-ตาก-รวม” โดยเริ่มต้นการจัดการที่ต้นทางในโรงเรียน ให้นักเรียนและครูร่วมกันจัดตั้งจุดคัดแยกถุงนมและกล่องนม หลังจากที่เยาวชนดื่มนมเสร็จสิ้นแล้ว จะต้อง(โดย)นำบรรจุภัณฑ์มาทำการตัด ล้างทำความสะอาด และนำมาตากให้แห้ง ก่อนจะรวบรวมใส่ภาชนะที่จัดเตรียมไว้ จากนั้น อ.ส.ค. จะทำหน้าที่ประสานงานกับโรงเรียนเพื่อกำหนดจุดรับและขนส่ง เพื่อส่งต่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในแต่ละพื้นที่รวบรวมเป็นจุดใหญ่ ก่อนที่บริษัท SCGC จะนำนวัตกรรมรีไซเคิลมารับขยะที่รวบรวมได้ทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการแปรรูป เพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็นวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โต๊ะ เก้าอี้ พลาสติกหมุนเวียน แล้วนำกลับคืนสู่โรงเรียนในรูปแบบรางวัลเชิดชูเกียรติสำหรับสถานศึกษาที่มีความพร้อมและมียอดการเก็บกลับสูงสุด
นายแดนณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อ.ส.ค. คาดหวังว่าโครงการนี้จะไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะถุงนมและกล่องนมในโรงเรียนลงได้อย่างเป็นรูปธรรมเท่านั้น แต่เป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือการสร้างทักษะและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชนไทยให้มีจิตสำนึกในการรักษ์โลกและจัดการขยะอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่จะติดตัวไปใช้ในชีวิตประจำวันในระยะยาว พร้อมทั้งช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรทุกภาคส่วนในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืน และช่วยแก้วิกฤตการณ์ขาดแคลนทรัพยากรด้วยการขับเคลื่อนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างแท้จริง
