กรมส่งเสริมสหกรณ์หนุนแนวคิด “ล้งกลาง” มะพร้าวน้ำหอมปลดแอกถูกกดราคาจากล้งจีน พร้อมทำหน้าที่รวบรวมผลผลิตส่งล้งกลาง และพัฒนาการแปรรูปเพิ่มมูลค่ามะพร้าวตกเกรดสร้างรายได้เพิ่มสมาชิก

กรมส่งเสริมสหกรณ์หนุนแนวคิด “ล้งกลาง” มะพร้าวน้ำหอมปลดแอกถูกกดราคาจากล้งจีน สหกรณ์พร้อมทำหน้าที่รวบรวมผลผลิตส่งล้งกลาง และพัฒนาการแปรรูปเพิ่มมูลค่ามะพร้าวตกเกรดสร้างรายได้เพิ่มสมาชิก หลังนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรียกประชุมมอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดยนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ห้องประชุมกระทรวงพาณิชย์ ช่วงเช้าวันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงาน ทั้งสองกระทรวงฯ ไปแนวทางเดียวกัน และประสานสอดรับกันเพื่อเตรียมมาตรการรับมือผลไม้ภาคตะวันออกที่ผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดกลางเดือนเมษายนนี้

ขณะเดียวกันยังมีแนวคิดการแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ ด้วยการสร้าง “ล้งกลาง” ขึ้นมาเพื่อรองรับผลผลิตแทนล้งจีนที่รวมหัวกันกดราคาเหลือแค่ลูกละ 2 บาท พร้อมเร่งหาตลาดใหม่ ๆ ไม่หวังพึ่งพาตลาดจีนเพียงอย่างเดียว นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาว่ามีสหกรณ์บางแห่งไปร่วมมือกับล้งจีน เพื่อใช้พื้นที่ของสหกรณ์เป็นโรงงานและฟอกขาวขบวนการซื้อขายมะพร้าวด้วยทุนเทาให้ถูกกฎหมายนั้น ไม่น่าจะเป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากสหกรณ์มีหน้าที่รวบรวมผลผลิตจากสมาชิกเพื่อส่งขายให้กับล้ง โดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นล้งไทยหรือล้งจีน ถ้าให้ราคาดีสหกรณ์ก็ขาย
“อย่างกรณีสหกรณ์ฯ บ้านแพ้วส่งขายล้งจีนอย่างเดียว เท่าที่ได้สอบถามผู้จัดการสหกรณ์ฯ เขาก็บอกว่าเมื่อก่อนก็เป็นล้งคนไทยต่อมาเปลี่ยนมือให้กับคนจีน แต่สหกรณ์ก็ยังต้องส่งผลผลิตล้งเดิมต่อไป แม้จะถูกกดราคา เพราะไม่มีทางเลือกอื่น” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เผย

นายนิรันดร์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาหลังทราบข่าวว่ามะพร้าวน้ำหอมราคาตกต่ำ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รีบเข้าไปช่วยเหลือในทันที โดยประสานเครือข่ายสหกรณ์จากทั่วประเทศเข้ามาช่วยกันรับซื้อผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมจากแหล่งผลิตในราคานำตลาด โดยเริ่ม Kick Off ไป เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ณ สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยมีเครือข่ายสหกรณ์ภาคอีสาน นำโดยสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด เข้ามารับซื้อผลผลิตจำนวน 5 หมื่นลูกในราคานำตลาดหน้าสวนเกษตรกรลูกละ 5 บาท ซึ่งในขณะนั้นราคามะพร้าวในพื้นที่ลูกละ 2 บาทเท่านั้น

จากนั้น เครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดต่าง ๆ ได้ร่วมกันสั่งซื้อมะพร้าว เพื่อช่วยระบายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตทั้งในจังหวัดราชบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงครามอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้ได้เพิ่มมะพร้าวน้ำหอมของสงขลาเข้ามาด้วย ซึ่งสามารถกระจายมะพร้าวผ่านเครือข่ายสหกรณ์ไปยังตลาดปลายทางแล้วกว่า 2.3 ล้านลูก มูลค่ากว่า 11.86 ล้านบาท ส่งผลให้ราคามะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่เริ่มกระเตื้องขึ้นเป็นลำดับ
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าวถึงแนวคิดการสร้าง “ล้งกลาง” มะพร้าวน้ำหอม เพื่อแก้ปัญหาเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำ โดยระบุว่าเป็นนโยบายที่ดีและเห็นด้วย เนื่องจากสหกรณ์ส่วนใหญ่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการตลาด ต้องอาศัยภาคเอกชนหรือผู้ที่เป็นมืออาชีพเข้ามาช่วย ซึ่งสหกรณ์พร้อมทำหน้าที่ในการรวบรวมผลผลิตส่งให้กับล้งกลาง “สหกรณ์ถนัดแต่การผลิตสินค้าเกษตร เน้นการทำเรื่องต้นน้ำ ไม่ถนัดปลายน้ำเรื่องการตลาด การสร้างล้งเองก็มีค่าใช้จ่ายสูงมาก เอาที่สหกรณ์เราถนัดดีกว่า” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวย้ำ
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ระบุอีกว่า นอกจากทำหน้าที่ในการรวบรวมผลผลิตและเชื่อมเครือข่ายสหกรณ์ด้วยกันแล้ว การแปรรูปเพิ่มมูลค่า ก็เป็นอีกแนวทางในการแก้ปัญหาราคาตกต่ำ ซึ่งที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ทุ่มงบประมาณช่วยเหลือสหกรณ์ผู้ปลูกมะพร้าวหลายแห่งในการจัดซื้ออุปกรณ์การตลาดไว้ “อย่างสหกรณ์การเกษตรประสานกสิกิจ จำกัด ที่บ้านแพ้ว สมุทรสาคร กรมฯ ก็จัดซื้อตู้แช่เก็บอุณหภูมิน้ำช่อดอกมะพร้าวให้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เพื่อใช้เก็บน้ำช่อจากดอกมะพร้าวได้นานขึ้น ก่อนจะนำมาแปรรูปเป็นน้ำตาลมะพร้าว ไซรัปมะพร้าว และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ” นายนิรันดร์ เผย

ด้านนายสมเกียรติ ประพฤติกิจ หรือลุงเปี๊ยก วัดเพลง ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรวัดเพลง จำกัด ต.เกาะศาลพระ อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่มีรายได้หลักจากการปลูกมะพร้าวน้ำหอม กล่าวถึงแนวคิดการสร้างล้งกลางรองรับผลผลิตว่าเห็นด้วยกับแนวคิดสร้างล้งกลาง หากรัฐบาลทำสำเร็จ ก็จะช่วยเรื่องราคาที่เป็นธรรมให้กับเกษตรกรได้ ซึ่งราคามะพร้าวทุกวันนี้ล้งจะเป็นผู้กำหนดทั้งหมด
“ราคามะพร้าวล้งเป็นผู้กำหนด ว่าวันนี้จะราคาเท่าไหร่ อย่างวันนี้ส่งอยู่ที่ลูกละ 5 บาท สหกรณ์เป็นตัวกลางประสานระหว่างสมาชิกกับล้ง สมาชิกรายใดตัดวันไหนก็แจ้งมายังสหกรณ์ ทางสหกรณ์ก็จะแจ้งไปล้งอีกทอดหนึ่ง จากนั้นล้งจะส่งทีมมาตัด และคัดเกรดเอง ส่วนรายได้จะโอนผ่านมายังสหกรณ์แล้วโอนต่อไปยังสมาชิกเจ้าของสวน เพื่อป้องกันปัญหาการค้างจ่ายระหว่างล้งกับสมาชิก ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้ว”
นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้สหกรณ์ฯส่งผลผลิตขายให้ล้งเฉลี่ยวันละ 20,000 – 30,000 ลูก เฉลี่ยลูกละ 5 – 6 บาท โดยคัดเฉพาะลูกได้ขนาดที่ตลาดต้องการ ส่วนที่ตกเกรด สหกรณ์ก็จะนำมาแปรรูปน้ำมะพร้าวบรรจุขวดจำหน่ายต่อไป
“ที่นี่ล้งจีนไม่มีมีแต่ล้งคนไทย ล้งจีนส่วนมากจะอยู่แถวดำเนินฯ ถามว่ากระทบไหม ก็กระทบเหมือนกัน เพราะราคาล้งจีนเป็นผู้กำหนด ล้งไทยก็ยึดตามราคาล้งจีน ล้งจีนให้ราคาเท่าไหร่ล้งคนไทยก็ให้เท่ากัน ส่วนรายได้ของสหกรณ์ ล้งจะให้ค่าดำเนินการลูกละ 40 สตางค์ โดยไม่หักจากรายได้สมาชิก ซึ่งจะนำเงินส่วนนี้มาบริหารจัดการสหกรณ์” ประธานสหกรณ์ฯวัดเพลง เผย
ส่วนนายจำรูญ นิลเต่า ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรบ้านรางสีหมอก จำกัด อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี กล่าวเห็นด้วยแนวคิดการสร้างล้งกลางรองรับผลผลิตมะพร้าวของรัฐบาล แต่ต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินงบประมาณมหาศาลจึงไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ ขณะที่เรื่องตลาดก็ยังไม่ชัดเจน เพราะทุกวันนี้ผลผลิตเกือบทั้งหมดส่งออกตลาดจีนและทั่วโลกผ่านทางล้งจีน
“ที่ดำเนินฯ มีล้งจีนมากที่สุด 230 กว่าล้ง ณ วันนี้ ล้งรับซื้อคละเกรดอยู่ที่ลูกละ 4 บาท ถ้าขายผลผลิตอย่างเดียว จะไม่คุ้ม เพราะต้นทุนมะพร้าวอยู่ที่ลูกละ 5 – 6 บาท แต่ชาวสวนมะพร้าวดำเนินฯ ส่วนใหญ่มีรถบรรทุกเอง ฉะนั้น ล้งก็จะจ่ายค่าขนส่ง จ่ายค่าแรงคนงานเก็บมะพร้าว เมื่อรวม ๆ แล้วก็ได้ลูกละ 7 – 8 บาท ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้สมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยล้งจีน เพราะมีการติดต่อซื้อขายกันมานานเป็น 10 – 20 ปีแล้ว” ประธานสหกรณ์การเกษตรบ้านรางสีหมอกฯ กล่าวทิ้งท้าย
