“รมช.ปิยะรัฐชย์” เปิดฤดูลำไยลำพูน 2569 ดัน Big Cleaning Day คุมคุณภาพตั้งแต่สวน ยกระดับลำไย สร้างความเชื่อมั่นตลาดโลก
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ประชาสัมพันธ์สวนลำไยคุณภาพยกระดับสู่การส่งออก (Big Cleaning Day) และวันเริ่มต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวลำไยจังหวัดลำพูน ปี 2569” ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ของนายนิโรจน์ แสนไชย ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน โดยกล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรณรงค์ให้เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องร่วมกันดูแลความสะอาดภายในสวนลำไยและพื้นที่โดยรอบ ลดแหล่งสะสมของโรคและแมลงศัตรูพืช รวมถึงปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการผลิตลำไยคุณภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) การบริหารจัดการสวน การเก็บเกี่ยว และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวอย่างถูกต้อง เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า ลำไยเป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกผลไม้เขตร้อนรายสำคัญของโลก ซึ่งได้รับการยอมรับด้านคุณภาพ รสชาติ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะที่จังหวัดลำพูนเป็นแหล่งผลิตลำไยคุณภาพของประเทศ มีทั้งองค์ความรู้ ภูมิปัญญาการผลิต และสินค้าอัตลักษณ์อย่าง “ลำไยเบี้ยวเขียวลำพูน” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นการประกาศความพร้อมเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวลำไยอย่างเป็นทางการ พร้อมผลักดันผลผลิตให้ได้มาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและประเทศคู่ค้า ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของลำไยไทยในตลาดโลก
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันประเทศคู่ค้านำมาตรการด้านสุขอนามัยพืช ความปลอดภัยอาหาร และมาตรฐานการผลิตมาใช้เป็นเงื่อนไขสำคัญในการนำเข้าสินค้าเกษตรมากขึ้น การควบคุมคุณภาพผลผลิตตั้งแต่ต้นทางจึงมีความสำคัญต่อการรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย โดยการปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP การจัดการสวนอย่างถูกสุขลักษณะ และกิจกรรม Big Cleaning Day ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากโรคและแมลงศัตรูพืช แต่ยังแสดงถึงความพร้อมของเกษตรกรไทยในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้ตามมาตรฐานสากล
โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับฟังข้อเสนอจากเกษตรกรในพื้นที่ ทั้งการผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับลำไย การพัฒนาตลาดรองรับผลผลิต ตลอดจนปัญหาของเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม ข้าวโพด ยางพารา และมะม่วง เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาแนวทางช่วยเหลือให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม
“วันนี้เราไม่ได้มาเพียงเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวลำไย แต่ตั้งใจมารับฟังเสียงของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเกิดขึ้นตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง พร้อมกำชับให้กรมส่งเสริมการเกษตรและทุกหน่วยงานลงพื้นที่ทำงานอย่างใกล้ชิด รับฟังปัญหาและนำข้อเสนอกลับมายังกระทรวง ขณะเดียวกัน เรื่องการตลาดเป็นอีกประเด็นที่เกษตรกรให้ความสำคัญ เราจึงมีแพลตฟอร์ม Easy Shop ของกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นช่องทางเชื่อมโยงผู้ซื้อกับเกษตรกรโดยตรง ช่วยลดคนกลางและเพิ่มโอกาสให้รายได้กลับไปถึงมือเกษตรกรมากขึ้น รวมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยงานสนับสนุน Young Smart Farmer และ Smart Farmer อย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เพียงให้ข้อมูล แต่ต้องชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงาน ระยะเวลา และแนวทางการขอรับรองมาตรฐานให้ชัดเจน เพื่อให้เกษตรกรสามารถต่อยอดการผลิตและสร้างโอกาสทางการตลาดได้อย่างมั่นใจ” นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าว
จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการด้านการเกษตร 9 กิจกรรม อาทิ การตรวจสารตกค้างและโลหะหนักในผลผลิตลำไย การตรวจวิเคราะห์ดินและน้ำ การผลิตลำไยตามมาตรฐาน GAP การป้องกันกำจัดศัตรูพืช การจัดการดินและปุ๋ย ตลอดจนผลิตภัณฑ์แปรรูปลำไยมูลค่าสูง พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่ปรับเปลี่ยนจากสวนลำไยเป็นสวนทุเรียนกว่า 80 ไร่ และสวนลำไยของนายนิโรจน์ แสนไชย เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำสวน ประจำปี พ.ศ. 2563 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการสวน และร่วมรณรงค์ผลิตลำไยคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย รองรับตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรเดินหน้าพัฒนาการผลิตลำไยคุณภาพ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ควบคู่กับการปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP การใช้ปัจจัยการผลิตอย่างเหมาะสม การตรวจสอบย้อนกลับ และการปฏิบัติตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า เพื่อเพิ่มคุณภาพและมูลค่าผลผลิต สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่การพัฒนาแปลงผลิต การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การเชื่อมโยงตลาด และการส่งออก เพื่อผลักดันลำไยลำพูนให้เป็นผลไม้คุณภาพที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรไทย
