เครือซีพี–ซีพีอาสา ผนึกภาคีเครือข่ายส่ง “ถุงกำลังใจ-อาหารพร้อมทาน” พร้อมเดินหน้าภารกิจฟื้นฟู
น่าน, เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าภารกิจช่วยเหลือและฟื้นฟูประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง ระดมศักยภาพจากกลุ่มธุรกิจในเครือ เครือข่าย “ซีพีอาสา” ตลอดจนภาคีภาครัฐ ภาคประชาสังคม และองค์กรจิตอาสาในพื้นที่ ร่วมส่งมอบ “ถุงกำลังใจ” จำนวน 3,050 ชุด พร้อมสนับสนุนวัตถุดิบและอาหารรวม 64,126 มื้อ ผ่าน 30 โรงครัว ตลอดจนระบบสื่อสาร อุปกรณ์ เครื่องจักร และกำลังคน เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด
ภารกิจดังกล่าวสะท้อนแนวทางการดำเนินงานของเครือเจริญโภคภัณฑ์ภายใต้หลัก “3 ประโยชน์” คือ ประโยชน์ต่อประเทศ ประโยชน์ต่อประชาชน และประโยชน์ต่อองค์กร ซึ่งตระหนักและมีความห่วงใย โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือสังคมในทุกสถานการณ์ ตั้งแต่การตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉิน การบรรเทาทุกข์ ไปจนถึงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถกลับมายืนได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
แนวทางดังกล่าวขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์ของผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ นำโดย นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งติดตามสถานการณ์และมีความห่วงใยต่อความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย โดยย้ำให้เครือซีพีและบริษัทในเครือใช้ศักยภาพขององค์กรเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประชาชนต้องเผชิญกับภัยพิบัติและความยากลำบาก
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นายสมวุฒิ เหราบัตร ผู้ช่วยประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ รวมถึงผู้แทนจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 และเครือข่ายซีพีอาสา ได้ลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อส่งมอบ “ถุงกำลังใจ” แก่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมติดตามความต้องการเร่งด่วนของประชาชนในช่วงการฟื้นฟูหลังน้ำลด
สถานการณ์อุทกภัยจังหวัดน่านในช่วงวันที่ 19–22 สิงหาคม 2569 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ครอบคลุม 7 อำเภอ 42 ตำบล 356 หมู่บ้านและชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,827 ครัวเรือน หรือ 67,129 คน และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย ความเสียหายครอบคลุมทั้งบ้านเรือน เส้นทางคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค สถานศึกษา สถานพยาบาล และพื้นที่การเกษตร โดยอำเภอปัวเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำป่าไหลหลากและดินโคลน
ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้จัดตั้ง “ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอุทกภัย จังหวัดน่าน” เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานทรัพยากรและความช่วยเหลือจากกลุ่มธุรกิจในเครือ พร้อมระดม “ซีพีอาสา” ลงพื้นที่สนับสนุนประชาชนและเจ้าหน้าที่ด่านหน้า รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย อาทิ โรงครัวพระราชทาน มูลนิธิเพชรเกษม มูลนิธิไทยนาคา มูลนิธิกระจกเงา มณฑลทหารบกที่ 38 ศูนย์อพยพประชาชนอำเภอปัว และศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ ที่ว่าการอำเภอปัว เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและตรงกับความต้องการ
นายจอมกิตติ กล่าวว่า สำหรับเครือซีพี การช่วยเหลือภัยพิบัติไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อระดับน้ำลด แต่ต้องเดินหน้าต่อไปจนกว่าประชาชนจะสามารถกลับมาใช้ชีวิต ประกอบอาชีพ และยืนได้ด้วยตนเองอีกครั้ง วันนี้สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่คือการร่วมกันฟื้นฟูบ้าน ชุมชน ระบบสาธารณูปโภค และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด”
“วิกฤตครั้งนี้ตอกย้ำว่าไม่มีองค์กรใดสามารถรับมือกับภัยพิบัติได้เพียงลำพัง การฟื้นฟูที่ยั่งยืนต้องเกิดจากการผนึกกำลังของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ชุมชน และอาสาสมัคร เครือซีพีพร้อมนำศักยภาพของกลุ่มธุรกิจ ทั้งด้านอาหาร การค้าปลีก เทคโนโลยีและการสื่อสาร โลจิสติกส์ ตลอดจนกำลังคนและเครื่องจักร เข้ามาสนับสนุนภารกิจของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เป้าหมายสำคัญคือไม่เพียงช่วยให้ประชาชนก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ แต่ต้องช่วยสร้างความเข้มแข็งและความพร้อมให้ชุมชนสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น”
ด้านนางสาวอรพรรณ ธีรพัฒน์พาณิชย์ นักกีฬาเจ็ตสกีทีมชาติไทย ตัวแทนมูลนิธิไทยนาคา กล่าวว่า มูลนิธิไทยนาคา พร้อมด้วยกลุ่มเพื่อนนักกีฬาเจ็ตสกีของ “เปิ้ล – นาคร ศิลาชัย” ได้เข้ามาร่วมเป็นอาสาสมัครกับซีพีอาสา เพื่อร่วมกระจายความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะประชาชนที่ยังไม่สามารถดูแลและช่วยเหลือตนเองได้อย่างเต็มที่ การลงพื้นที่ครั้งนี้ มูลนิธิไทยนาคาและทีมอาสาสมัครได้ร่วมส่งมอบอาหารพร้อมรับประทาน ถุงยังชีพ และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยได้รับการสนับสนุนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์และซีพีอาสา ทั้งอาหารสด อาหารพร้อมรับประทาน น้ำดื่ม และ “ถุงกำลังใจ” เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือให้เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง โดยหวังว่าพลังจากซีพีอาสา มูลนิธิไทยนาคา และเครือข่ายอาสาสมัคร จะช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน
ขณะที่นางวารุณี สุธรรมแปง ชาวบ้านบ้านแก้ม ต.วรนคร อ.ปัว จ.น่าน หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เล่าว่า น้ำเข้าพื้นที่และเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยปีนี้ปริมาณน้ำและความรุนแรงมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านและสิ่งของจำเป็นต่างๆ ถูกกระแสน้ำพัดเสียหายและสูญหายจำนวนมาก ขณะที่หน่วยงานภาครัฐ เจ้าหน้าที่กู้ภัย อาสาสมัคร และทหาร ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือพร้อมเร่งฟื้นฟูพื้นที่ เพื่อให้ชาวบ้านสามารถกลับมาใช้ชีวิตและฟื้นฟูความเป็นอยู่ได้โดยเร็ว รวมถึง “ถุงกำลังใจ” จากซีพีอาสา ที่เป็นอีกหนึ่งแรงใจสำคัญในช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยเฉพาะอาหารสำหรับการดำรงชีวิต ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นเสบียงสำหรับครอบครัวในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด
