รมช.ปิยะรัฐชย์ เปิดงาน เทศกาลเปิดสวนทุเรียนนางนอน จ.เชียงราย 

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน
“เทศกาลเปิดสวนทุเรียนนางนอน” ของดีตำบลห้วยไคร้ ประจำปี 2569 โดยมีคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ
ผู้นำท้องถิ่นและเกษตรกรเข้าร่วม ณ สวนสามหลาน บ้านสันต้นปุย หมู่ 5 ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ว่า
การจัดงานครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ทุเรียนคุณภาพของตำบลห้วยไคร้
อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมถึงสร้างโอกาสทางการตลาด
ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ทำให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง
นางสาวปิยะรัฐชย์ ยังกล่าวอีกว่า การจัดงานเทศกาลเปิดสวนทุเรียนนางนอน
นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างโอกาสให้เกษตรกรได้เชื่อมโยงผลผลิตคุณภาพสู่ผู้บริโภคโดยตรง
พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่
ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย
และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต
“ทุเรียนห้วยไคร้มีจุดเด่นทั้งในเรื่องของสภาพพื้นที่ในการปลูกและคุณภาพผลผลิต
สิ่งสำคัญคือการรักษาคุณภาพตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภค โอกาสนี้
ขอเชิญชวนประชาชนและผู้ที่สนใจเยี่ยมชมสวนและเลือกซื้อทุเรียนจากเกษตรกรโดยตรง ณ
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทุเรียนนางนอน บ้านสันต้นปุย ตำบลห้วยไคร้
เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่และส่งเสริมทุเรียนห้วยไคร้หรือทุเรียนนางนอนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น” นางสาวปิยะรัฐชย์
กล่าว
โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เยี่ยมชมสวนทุเรียนนางนอนและกิจกรรมภายในงาน
พร้อมพบปะเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ เพื่อรับฟังข้อมูล สถานการณ์การผลิต
ตลอดจนปัญหาและความต้องการของเกษตรกร
เพื่อนำไปประกอบการขับเคลื่อนและสนับสนุนการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่ต่อไป
ทั้งนี้ อำเภอแม่สายมีพื้นที่ปลูกทุเรียนเป็นลำดับที่ 3 ของจังหวัด รองจากอำเภอเวียงเชียงรุ้งและอำเภอเมืองเชียงราย
โดยมีพื้นที่ปลูก 435 ไร่ เนื้อที่ให้ผลผลิต 315 ไร่ ขณะที่ตำบลห้วยไคร้มีพื้นที่ปลูกทุเรียน 190 ไร่ เกษตรกรจำนวน 35 ราย
ผลผลิตรวมประมาณ 200 ตันต่อปี โดยผลผลิตจะออกสู่ตลาดช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน
ซึ่งทุเรียนในพื้นที่ตำบลห้วยไคร้หรือทุเรียนนางนอนจะมีเนื้อแน่น สีเหลืองนวล และมีรสชาติหวานมันเป็นเอกลักษณ์
เนื่องจากพื้นที่ปลูกมีความสูงเฉลี่ย 400 – 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ประกอบกับได้รับอิทธิพลจากอากาศหนาวเย็นช่วงฤดูหนาว และมีความสมบูรณ์จากแร่ธาตุในดินภูเขาไฟหรือหินปูน
นอกจากนี้ เกษตรกรในพื้นที่ยังให้ความสำคัญกับการทำเกษตรเชิงอนุรักษ์

และปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) โดยจะเก็บเกี่ยวผลผลิตในระยะที่แก่พอดี
เพื่อคุณภาพที่ดีของทุเรียนและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค