รองปลัดนฤมล นำคณะศึกษาดูงานเกษตรอัจฉริยะและระบบตลาดสหกรณ์ญี่ปุ่น ที่ JA Oura-Tatebayashiจังหวัดกุนมะ

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายนิรันดร์
มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงโตเกียว
และสำนักการเกษตรต่างประเทศ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานสหกรณ์การเกษตร JA Oura-Tatebayashi จังหวัดกุนมะ ประเทศญี่ปุ่น
เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเกษตรอัจฉริยะ ระบบตลาดเกษตรกร และการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตรครบวงจร
รวมถึงรับฟังบรรยายเรื่องการนำเครื่องมือเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture Tools)
นำมาประยุกต์เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานขั้นรุนแรงและรองรับสังคมผู้สูงอายุในภาคเกษตรกรรมของญี่ปุ่น
พร้อมเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์รวบรวมและจัดส่งมะระขี้นกยักษ์ (Nigauri Cucumber Collecting and Shipping
Center) ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับจังหวัดกุนมะสู่แหล่งผลิตมะระชั้นนำของญี่ปุ่น
โดยบริหารจัดการภายใต้แนวคิดเกษตรอัจฉริยะ ผ่านการรวบรวมและจำหน่ายผลผลิตภายใต้แบรนด์ของจังหวัด
ใช้ระบบโลจิสติกส์ควบคุมอุณหภูมิรักษาคุณภาพและความสดของผลผลิตก่อนกระจายสู่ตลาดสำคัญ
อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมะระในช่วงพักการผลิตแตงกวา
เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่องและเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปี
จากนั้น รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของตลาดเกษตรกรปนโปโกะ
(Ponpoko Farmers’ Market)
ซึ่งเป็นตลาดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรโดยตรงจากเกษตรกรรายใหญ่ในภูมิภาคอูระ–ตาเตบายาชิ จังหวัดกุนมะ
ดำเนินการโดยสหกรณ์การเกษตร JA Oura-Tatebayashi มีการจำหน่ายผักและผลไม้สดที่เก็บเกี่ยวและนำมาส่งทุกวัน
ทำให้มีความสดใหม่ ปลอดภัย และมีราคาย่อมเยากว่าซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีเนื้อวัวโจชู (Joshu Beef)
เนื้อหมูท้องถิ่น ข้าวสารใหม่ และบริการสีข้าวตามสั่ง โดยผู้บริโภคสามารถเลือกระดับความขัดสีได้ตามต้องการ
สะท้อนบทบาทของสหกรณ์ในการเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เยี่ยมชมศูนย์รวบรวมและจัดส่งข้าว (Rice Collecting and
Shipping Center) ของสหกรณ์การเกษตร JA Oura-Tatebayashi
ซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดรับซื้อและรวบรวมผลผลิตข้าวและข้าวสาลีจากเกษตรกร โดยเชื่อมโยงการทำงานกับโรงอบข้าว (Country
Elevators) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการผลผลิต ตั้งแต่การรับซื้อ ตรวจสอบคุณภาพ คัดแยกตามมาตรฐาน การจัดเก็บ
และการกระจายผลผลิตเข้าสู่คลังสินค้ากลาง ก่อนส่งต่อไปยังผู้ประกอบการและคู่ค้าเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้
สหกรณ์ยังจัดตั้งศูนย์รวบรวมและจัดส่งกระจายอยู่ในพื้นที่เพาะปลูก
เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตมาส่งได้ง่าย ลดต้นทุนด้านการขนส่ง
และทำให้การบริหารจัดการผลผลิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน

“สำหรับการศึกษาดูงานในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเกษตรอัจฉริยะ ระบบสหกรณ์
และการบริหารจัดการตลาดเกษตรกรของญี่ปุ่น
ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรและระบบสหกรณ์ของไทยให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไ
ป” รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย