“สุริยะ” ติดตามความพร้อม “พืชสวนโลกอุดรธานี 2569” ชูเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจสีเขียวของอีสาน คาดเงินสะพัด 3.2 หมื่นล้าน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานจัด “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” หรือ “Udon Thani International Horticultural Expo 2026” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมีนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะผู้บริหาร ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และเอกชน รวมถึงภาคประชาชนเข้าร่วม
นายสุริยะ เปิดเผยว่า งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ถือเป็นงานระดับนานาชาติที่สำคัญของประเทศไทย และเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการจัดงานพืชสวนโลกบนพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living” หรือ “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต เชื่อมโยงผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” เพื่อสะท้อนแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรที่เชื่อมโยงคน น้ำ พืช ระบบนิเวศ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจสีเขียวเข้าด้วยกันอย่างสมดุล
สำหรับความก้าวหน้าการดำเนินงาน ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ภาพรวมงานก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วประมาณ ร้อยละ 77.47 โดยงานโครงสร้างหลักหลายส่วนดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ อาทิ อาคารต้อนรับ อาคารประชาสัมพันธ์อาคารเรือนกระจก สะพาน ทางเดิน ระบบสาธารณูปโภค ระบบระบายน้ำ และขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการงานภูมิสถาปัตยกรรม งานระบบ และการเตรียมพื้นที่จัดแสดงในส่วนที่เหลือ เพื่อให้มีความพร้อมเปิดงานได้ตามกำหนดและมีมาตรฐานระดับนานาชาติ
“ผมได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า แม้ภาพรวมจะมีความก้าวหน้ามากกว่า 70% แต่ระยะเวลาที่เหลือ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะต้องทำให้งานทุกส่วนแล้วเสร็จอย่างมีคุณภาพและมีมาตรฐาน เพื่อให้ทุกพื้นที่มีความสวยงาม ปลอดภัยและสะท้อนภาพลักษณ์อันดีของประเทศไทย รวมทั้งต้องบริหารงบประมาณอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศ”
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้านการรองรับผู้เข้าชมงาน ทั้งการเดินทาง การจราจร ระบบขนส่งสาธารณะ พื้นที่จอดรถ ระบบความปลอดภัย การแพทย์ฉุกเฉิน ร้านอาหาร ที่พัก และการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดอุดรธานี โดยต้องบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
“จังหวัดอุดรธานีไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จัดงาน แต่จะเป็นภาพสะท้อนศักยภาพของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในการเป็นศูนย์กลางด้านพืชสวน เกษตรมูลค่าสูง การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ของภูมิภาคที่พร้อมเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก”
นายสุริยะ ยังระบุอีกว่า งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ไม่ใช่แค่งานนิทรรศการ แต่จะเป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจสีเขียว” ตัวใหม่ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานประมาณ 3.6 ล้านคน สร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 32,000 ล้านบาท เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท และสร้างการจ้างงานประมาณ 81,000 อัตรา ซึ่งประโยชน์จะกระจายสู่ประชาชนและภาคการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง วิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และผู้ประกอบการในพื้นที่
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่หลังจบงาน หรือ Expo Legacy โดยเตรียมต่อยอดพื้นที่หนองแดให้เป็นสวนสาธารณะระดับโลก ศูนย์กิจกรรมเยาวชน ศูนย์เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม หรือพื้นที่จัดกิจกรรมสำคัญของจังหวัดในอนาคต
“เป้าหมายของเราคือ เปิดงานให้ทัน งานมีคุณภาพระดับนานาชาติ ใช้งบโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องต่อยอดพื้นที่ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและจังหวัดอุดรธานี”
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานอย่างรอบด้าน ทั้งการใช้งบประมาณ การก่อสร้าง ความปลอดภัย ระบบบริการต่าง ๆแผนการประชาสัมพันธ์ รวมถึงแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่หลังจบงาน เพื่อให้งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย และเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพด้านพืชสวน นวัตกรรมการเกษตร รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจที่เติบโตควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สู่สายตานานาชาติ
