กษ. – นครเฉิงตู ยกระดับความร่วมมือเกษตร มุ่งนวัตกรรม การค้า และโลจิสติกส์เชื่อมตลาดจีนตะวันตก
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้การต้อนรับนายอู๋ เฮ่า (Mr. Wu Hao) รองนายกเทศมนตรีนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีนพร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อผลักดันการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะระหว่างประเทศไทยและนครเฉิงตู รวมถึงแนวทางการขยายโอกาสทางการค้าร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยมีนายเสก นพไธสง กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู นายพงศ์ไท ไทโยธิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นางสาวไปรยา เศวตรจินดา ผู้อำนวยการสำนักการเกษตรต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 112
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ศักยภาพของสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะผลไม้คุณภาพสูง เช่น ทุเรียนจากภาคตะวันออก ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูกาลส่งออกและได้รับความนิยมในตลาดจีน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าสินค้าเกษตรไทยสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในนครเฉิงตูได้เป็นอย่างดี และสนับสนุนให้นครเฉิงตูเป็น “เมืองแห่งความสุข” อย่างยั่งยืน โดยหวังว่าจะมีการนำเข้าสินค้าเกษตรคุณภาพของไทยเพิ่มมากขึ้นในอนาคตพร้อมทั้งเชิญคณะเฉิงตูเข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก ณ จังหวัดอุดรธานี ในเดือนพฤศจิกายน 2569 เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเกษตร
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นโอกาสในการยกระดับความร่วมมือด้านการเกษตร โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีการปรับแต่งพันธุกรรม (Genome Editing) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) การเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับ รวมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการพัฒนาความร่วมมือระหว่างนักวิชาการของทั้งสองฝ่ายเพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไปนอกจากนี้ ยังมุ่งขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยในนครเฉิงตูและมณฑลเสฉวน ซึ่งถือเป็นตลาดศักยภาพใหม่ อาทิ ตลาดชานมของเฉิงตู ซึ่งยังมีความต้องการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมมากกว่า 8,000 ล้านหยวน โดยในปี 2568 มีมูลค่าตลาดกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงโอกาสทางการตลาดที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทย
การหารือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยและจีนที่มีความรอบด้านมากยิ่งขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการค้าสินค้าเกษตรในรูปแบบเดิม แต่ได้ขยายความร่วมมือไปสู่การพัฒนาเชิงระบบ ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสสำคัญในการขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยไปยังจีนตะวันตก โดยเฉพาะนครเฉิงตู ผ่านเส้นทางโลจิสติกส์ทางรถไฟลาว–จีน เพื่อสนับสนุนการค้าให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ฝ่ายจีนได้เชิญประเทศไทยเข้าร่วมงาน Sichuan Agricultural Expo ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2569 ณ นครเฉิงตู เพื่อเป็นเวทีแสดงศักยภาพสินค้าเกษตรและส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยี การค้า และการลงทุน
ทั้งนี้ นครเฉิงตูเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์สำคัญของจีนตะวันตกตอนใต้ ที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีศักยภาพเป็นตลาดรองรับสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ ด้วยจำนวนประชากรกว่า 21 ล้านคน และกำลังซื้อสูง จึงมีความพร้อมในการนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศไทย โดยเฉพาะผลไม้และผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ในปี 2568 นครเฉิงตูนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศไทยมูลค่า 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 สินค้าสำคัญ ได้แก่ ทุเรียน กล้วย และพืชผัก โดยทุเรีย
