รมว.สุริยะ เปิดฉากปีงบ 70 เดินหน้า 5 นโยบายหลัก เร่งเยียวยาอุทกภัย 48 จังหวัด พร้อมลุย Big Data และเตรียมจัดพืชสวนโลก จ.อุดรธานี

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 134 – 135 เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พร้อมกล่าวแสดงความยินดีกับผู้บริหารที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ และขอให้ทุกท่านตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อดูแลพี่น้องเกษตรกรไทย ขับเคลื่อนงานภายใต้วิสัยทัศน์ “ยกกำลังประเทศไทย” และ “เกษตรกรยกกำลัง 2” ผ่าน 5 นโยบายหลัก ได้แก่ 1) ยกระดับเครื่องมือการผลิต ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม 2) ยกระดับรายได้และฐานะการเงิน ของเกษตรกร 3) ยกระดับคนและสถาบันเกษตรกร 4) ยกระดับการตลาดและห่วงโซ่อุปทาน ด้วยหลักคิด “ตลาดนำการผลิต” และ 5) ยกระดับความมั่นคงของทรัพยากรน้ำพร้อมเน้นย้ำให้แต่ละหน่วยงานเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการที่มีผลงานจับต้องได้จริง (Quick Win) ภายใน 90 วันแรก

สำหรับการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการเร่งช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ 48 จังหวัด รวมกว่า 21,000 ราย พื้นที่เสียหายกว่า 173,000 ไร่ ผ่าน 5 มาตรการด่วน ได้แก่ การส่งเงินเยียวยาผ่านระบบดิจิทัล การพักหนี้และเสริมสภาพคล่อง การเร่งฟื้นฟูอาชีพ การฉีดวัคซีนปศุสัตว์/พืช และการวางแผนเพาะปลูกตามปริมาณน้ำ พร้อมรับมือความเสี่ยง 3 ด้าน ได้แก่ ภัยธรรมชาติและสินค้าเกษตรเถื่อน อุปสรรคการค้าและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และปัญหาต้นทุน แรงงาน และหนี้สิน โดยยึดแนวทางปฏิบัติราชการ 5 ประการ เช่น การใช้ตลาดนำการผลิตด้วยวิจัยและนวัตกรรม การบริหารงบประมาณมุ่งผลสัมฤทธิ์ร่วมกัน การนำเทคโนโลยีและ AI มาปรับบทบาทรัฐเป็นผู้ส่งเสริม การจัดทำธรรมาภิบาลข้อมูล (Metadata) และการวัดผลสัมฤทธิ์ที่รายได้และต้นทุนของเกษตรกรอย่างจริงจัง

ด้าน นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการบูรณาการข้อมูลผ่าน Big Data และ API เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลเกษตรกรและหน่วยงานในสังกัดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน (Metadata) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงนโยบายและการตัดสินใจให้แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมขับเคลื่อนการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 ให้เป็นไปตามเป้าหมาย โปร่งใส และคุ้มค่าสูงสุด ตลอดจนรายงานความก้าวหน้าการเตรียมความพร้อมจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 เพื่อยกระดับภาคการเกษตรไทยสู่เวทีสากล

นอกจากนี้ นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมชี้แจงสถานการณ์ภัยพิบัติและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างครอบคลุม ทั้งกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องซึ่งจะได้รับการเยียวยาตามระเบียบภาครัฐ และกลุ่มที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน ซึ่งกระทรวงฯ ได้จัดสรรงบประมาณปกติของแต่ละกรมเข้าสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อช่วยเร่งฟื้นฟูอาชีพและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรณรงค์สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้รับการดูแลและสนับสนุนจากภาครัฐอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ร.9) ด้านดิน น้ำ และการเกษตร มาเป็น องค์ความรู้หลักในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งเน้นย้ำเรื่องการบริหารความเสี่ยง การโปร่งใสไร้ทุจริต และการวัดผลสัมฤทธิ์ที่ปลายทาง เพื่อมุ่งสร้างรายได้ที่มั่นคง ลดภาระต้นทุน และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน