คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหิดลร่วมมือแอฟฟิโนมร่วมผลิตชุดตรวจช่วยผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยโรคไข้ดิน

คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ผนึกกำลังภาคเอกชน บริษัท
เซียร่า ไบโอไซเอนซ์ จำกัด และบริษัท แอฟฟิโนม จำกัด
นำผลงานวิจัยต่อยอดเป็นชุดตรวจอย่างรวดเร็ว MUTM MELIOIDOSIS
ANTIBODY TEST และ MELIOID ANTIGEN TEST
ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องมือช่วยแพทย์วินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยโรคเมลิออยโดสิสหรือโรค
ไข้ดินได้อย่างรวดเร็วกว่าการเพาะเชื้อ
โรคเมลิออยโดสิสหรือโรคไข้ดิน เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Burkholderia
pseudomallei ที่พบได้ในดินและน้ำ
โดยเฉพาะในภูมิภาคเขตร้อนของโลกอย่างประเทศไทย
อาการแสดงของผู้ป่วยมีความหลากหลาย เช่น มีไข้ ปอดอักเสบ เกิดฝีในอวัยวะต่าง ๆ
หรือติดเชื้อในกระแสเลือด มีรายงานอัตราเสียชีวิตโดยรวมประมาณร้อยละ 35
และอาจสูงถึงร้อยละ 40–60 ในผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง
ปัจจุบันการเพาะเชื้อยังเป็นวิธีมาตรฐานในการยืนยันโรค
แต่ต้องอาศัยห้องปฏิบัติการและใช้เวลาหลายวันกว่าจะทราบผล
ศาสตราจารย์ ดร.นริศรา จันทราทิตย์ ภาควิชาจุลชีววิทยาและอิมมิวโนวิทยา
คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
จึงได้นำทีมวิจัยศึกษาและพัฒนาชุดตรวจแบบรวดเร็ว MUTM MELIOIDOSIS
ANTIBODY TEST และ MELIOID ANTIGEN TEST
เพื่อเพิ่มเครื่องมือช่วยให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยโรคไข้ดินได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมาก
ขึ้น ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที
โดยไม่จำเป็นต้องรอผลเพาะเชื้อเพียงอย่างเดียว
ผลิตภัณฑ์ทั้งสองเป็นชุดตรวจแบบรวดเร็ว ใช้งานง่าย
ได้รับการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ทราบผลภายในประมาณ 10-20 นาที
ไม่ต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะทางและสามารถนำไปใช้ในบริเวณใกล้จุดให้บริการผู้ป่ว
ยได้
ชุดตรวจทั้งสองชนิดเป็นเครื่องมือสนับสนุนการคัดกรองและการวินิจฉัยเบื้องต้นแต่มีเ
ป้าหมายในการตรวจแตกต่างกัน โดยชุดตรวจ MUTM MELIOIDOSIS
ANTIBODY TEST ตรวจหาสารภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นต่อเชื้อก่อโรค
ส่วนชุดตรวจ MELIOID ANTIGEN TEST
ตรวจหาองค์ประกอบจำเพาะของเชื้อก่อโรคตรงจาก เสมหะ หนอง หรือปัสสาวะ
และตัวอย่างจากการเพาะเชื้อในเลือด
ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและรวดเร็วยิ่งขึ้น
จำกัดการลุกลามของเชื้อและเพิ่มโอกาสหายขาดจากโรค
สำหรับกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากชุดตรวจนี้
นอกจากผู้ป่วยที่มีอาการเข้าได้กับโรค เช่น ไข้หรือไข้ไม่ทราบสาเหตุ ปอดอักเสบ มีฝี
หรือติดเชื้อในกระแสเลือด โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติสัมผัสดินหรือน้ำ
กลุ่มที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ เกษตรกร ชาวนา
ผู้ที่ต้องทำงานสัมผัสดินหรือลุยน้ำ ผู้สูงอายุ ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น
เบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคปอดเรื้อรัง และธาลัสซีเมีย
ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรงมากกว่าประชาชนทั่วไป ทั้งนี้
ชุดตรวจแบบรวดเร็วเป็นเครื่องมือช่วยประกอบการวินิจฉัยสำหรับบุคลากรทางการแพ
ทย์ ผลตรวจต้องแปลร่วมกับอาการและประวัติของผู้ป่วย
และการเพาะเชื้อยังคงเป็นวิธีมาตรฐานในการยืนยันโรค
นอกจากนี้ กลุ่มแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข
โดยเฉพาะโรงพยาบาลชุมชนและหน่วยบริการปฐมภูมิ เช่น
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งเป็นจุดแรกที่ประชาชนในพื้นที่เข้ารับบริการ
หากบุคลากรได้รับการอบรมและมีระบบการใช้ชุดตรวจที่เหมาะสม
ชุดตรวจแบบรวดเร็วจะช่วยสนับสนุนการประเมินความเสี่ยงและคัดกรองผู้ป่วยได้เร็ว
ขึ้น
ทำให้สามารถประสานและส่งต่อผู้ป่วยที่สงสัยไปยังโรงพยาบาลชุมชนหรือโรงพยาบา
ลที่มีศักยภาพได้อย่างทันท่วงที
ซึ่งประชาชนสามารถเข้าถึงการตรวจได้โดยเข้ารับบริการ ณ โรงพยาบาล คลินิก
หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน สำหรับระบบบริการสุขภาพ โรงพยาบาลภาครัฐ
โรงพยาบาลเอกชน คลินิก และหน่วยบริการสาธารณสุข
สามารถจัดหาชุดตรวจไปใช้ตามขอบเขตการให้บริการและความพร้อมของแต่ละแห่ง
โดยมีเป้าหมายสำคัญในการขยายการเข้าถึงไปยังโรงพยาบาลชุมชนและหน่วยบริกา
รในพื้นที่เสี่ยง เพื่อสนับสนุนการคัดกรอง การประเมินผู้ป่วย
และการส่งต่อให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและเหมาะสม
ศาสตราจารย์ ดร.นริศรา จันทราทิตย์
เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยา รวมถึงอายุรศาสตร์เขตร้อน
ได้มุ่งมั่นทุ่มเททำงานวิจัยเกี่ยวกับการตรวจและรักษาโรคไข้ดินนี้มายาวนานกว่า 3
ทศวรรษ กล่าวว่า “ผู้ป่วยเมลิออยโดสิสที่อาการรุนแรงจำนวนมากเสียชีวิตภายใน 48
ชั่วโมงแรกหลังเข้าโรงพยาบาล ซึ่งเร็วกว่าที่ผลเพาะเชื้อจะออก
ยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาโรคนี้ก็ต่างจากยาที่แพทย์มักเริ่มให้ในผู้ป่วยติดเชื้อทั่วไป
การรู้ผลเร็วขึ้นแม้เพียงหนึ่งหรือสองวันจึงมีความหมายต่อผู้ป่วยมาก
ทีมวิจัยใช้เวลาหลายปีทดสอบชุดตรวจกับตัวอย่างผู้ป่วยจริงในพื้นที่ระบาด
เพื่อให้แน่ใจว่าใช้ได้ในสภาพการทำงานของโรงพยาบาลไทย”
คุณรุ่งนภา ฝั้นแปง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เซียร่า ไบโอไซเอนซ์ จำกัด
กล่าวว่า งานวิจัยดี ๆ ของไทยจำนวนมากหยุดอยู่ที่ผลงานตีพิมพ์
เราต้องการพาชุดตรวจนี้ไปให้ถึงมือแพทย์
และนักเทคนิคการแพทย์ในโรงพยาบาลที่พบผู้ป่วยโรคนี้เป็นประจำ
ขณะนี้ชุดตรวจพร้อมจำหน่ายแล้ว
และเราเริ่มส่งออกไปยังต่างประเทศที่มีโรคนี้เป็นโรคประจำถิ่นเช่นกัน
โดยคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล
มีบทบาทในการศึกษาปัญหาของโรค ค้นคว้าและคัดเลือกแอนติเจนเป้าหมาย
ออกแบบและพัฒนาชุดตรวจ ตลอดจนประเมินประสิทธิภาพกับตัวอย่างจากผู้ป่วยจริง
เพื่อสร้างหลักฐานทางวิชาการรองรับประสิทธิภาพและการนำไปใช้ประโยชน์ทางการ
แพทย์ โดยบริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในผลงานจากมหาวิทยาลัยมหิดล
การพัฒนาตลาด และการจัดจำหน่าย
เพื่อพัฒนานวัตกรรมการตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรคไข้ดิน
รวมทั้งผลักดันให้โรคดังกล่าวได้รับการยกระดับการป้องกันสู่ระดับสากล
คุณเจษฎา ณ ปลอด ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอฟฟิโนม จำกัด
เปิดเผยว่า บริษัทฯ
มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพัฒนาเครื่องมือแพทย์สำหรับการตรวจวินิจฉัย
ภายนอกร่างกาย โดยชุดตรวจ MUTM MELIOIDOSIS ANTIBODY TEST และ
MELIOID ANTIGEN TEST
เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนของไทย บริษัทฯ
ได้มีบทบาทในการรับถ่ายทอดเทคโนโลยี
การดำเนินการด้านการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์
การผลิตและควบคุมคุณภาพภายใต้ระบบบริหารคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 13485
ทั้งนี้
ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนให้เห็นการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์มิได้สิ้นสุดเพีย
งการวิจัยในห้องปฏิบัติการ
เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับการผลิตตามมาตรฐานสากลและการดำเนินธุร
กิจ
การดำเนินงานร่วมกันของทั้งสามหน่วยงานจึงช่วยยกระดับงานวิจัยของไทยสู่ผลิตภั
ณฑ์ที่ผลิตได้ภายในประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์นำเข้า
และเพิ่มโอกาสให้หน่วยบริการสุขภาพสามารถเข้าถึงชุดตรวจได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจนวัตกรรมชุดตรวจโรคเมลิออยโดสิส สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท เซียร่า ไบโอไซเอนซ์ จำกัด โทรศัพท์ 098-987-9882, 083-152-9495
หากสนใจผลิตและพัฒนานวัตกรรมชุดตรวจทางการแพทย์ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท แอฟฟิโนม จำกัด โทรศัพท์ 02-013-3989
