“เกษตร – อว. – ธ.ก.ส. – กฟก.” ผนึกกำลังขับเคลื่อนนวัตกรรม “ปุ๋ยสั่งตัด” จัดสูตรให้เหมาะกับดินและพืชแต่ละพื้นที่

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ว่าด้วย “การใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและลดต้นทุนด้านเกษตรกรรม และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัด” โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธาน และคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

สำหรับความร่วมมือดังกล่าวเป็นการบูรณาการระหว่างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมวิชาการเกษตร รวมถึงธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) โดยนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัดให้เหมาะสมกับค่าวิเคราะห์ดินและความต้องการของพืชในแต่ละพื้นที่ ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ธาตุอาหารในดิน การสนับสนุนองค์ความรู้ด้านพืชและเทคโนโลยีผลิตพืช และการบริหารจัดการระดับกลุ่มผ่านกลไกสหกรณ์ รวมถึงการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีเกินความจำเป็น เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินและลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้และภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ครอบคลุมทั้งการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยี การวิเคราะห์และจัดการดิน การจัดการธาตุอาหารพืช การส่งเสริมเทคโนโลยีการผลิตพืช รวมถึงการส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสู่เกษตรกร โดยใช้กลไกสหกรณ์เป็นตัวขับเคลื่อน ตลอดจนการสนับสนุนด้านเงินทุนและการฟื้นฟูพัฒนาอาชีพ โดยหัวใจสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้คือ การส่งเสริมการผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัด ซึ่งเป็นการนำข้อมูลผลวิเคราะห์ดิน ความต้องการธาตุอาหารของพืช และสภาพพื้นที่เพาะปลูกมาประกอบการกำหนดสูตรและปริมาณปุ๋ยให้เหมาะสมกับพืชในแต่ละพื้นที่ ช่วยให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้ปัจจัยการผลิตที่ไม่จำเป็น และสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีส่งมอบเครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติให้แก่สหกรณ์การเกษตรนำร่องในจังหวัดอุดรธานี จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี สหกรณ์การเกษตรกุมภวาปี สหกรณ์การเกษตรเมืองหนองหาน สหกรณ์การเกษตรสร้างคอม และสหกรณ์การเกษตรหนองวัวซอ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือผลิตปุ๋ยสูตรเฉพาะที่สอดคล้องกับสภาพดินและความต้องการของพืช พร้อมขยายโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
