กรมวิชาการเกษตร คุมเข้มยกระดับมาตรฐานคุณภาพลำไยตั้งแต่สวนถึงโรงคัดบรรจุป้องกันปัญหาลำไยส่งกลับ

นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในฐานะโฆษกกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตร โดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 6 (สวพ.6) ร่วมกับหน่วยงานจังหวัดจันทบุรี ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีลำไยส่งออกถูกส่งกลับจากจีน เนื่องจากพบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินมาตรฐาน
โดยปัญหาเกิดจากสินค้าที่ตรวจพบไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
ซึ่งได้เร่งกำกับดูแลกระบวนการผลิตและส่งออก พร้อมส่งเสริมเทคโนโลยีลดปริมาณการใช้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ สร้างความเชื่อมั่นตลาดจีน ลดความเสี่ยง
จากการส่งออกและสนับสนุนเสถียรภาพตลาดลำไยจันทบุรี

จากรายงานสถานการณ์ลำไยจังหวัดจันทบุรี ฤดูกาลผลิตปี 2569/2570 พบว่า จังหวัดจันทบุรีมีพื้นที่
ปลูกลำไย 250,083 ไร่ คาดการณ์ผลผลิตรวม 333,658 ตัน
โดยผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่วันที่
10 สิงหาคม 2569 – 23 ตุลาคม 2569 ส่งออกแล้ว 2,071 ตู้ จากประมาณการส่งออก 12,357 ตู้ คิดเป็นร้อยละ 16.76 โดยมีโรงคัดบรรจุลำไยในพื้นที่ภาคตะวันออก จำนวน 128 โรง อยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี 125 โรง จังหวัดสระแก้ว 2 โรง และจังหวัดระยอง 1 โรง

ทั้งนี้จากโรงคัดบรรจุที่ดำเนินการส่งออกในระยะนี้กว่า 30 โรง พบตู้ลำไยตีกลับจากจีน จำนวน 6 ตู้ จาก 2 โรงคัดบรรจุ เนื่องจากปัญหาการพบซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินค่ามาตรฐานของจีน ในขณะที่ปริมาณ
การส่งออกยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละวัน ขณะที่การส่งออกลำไยยังดำเนินต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสำคัญของการรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าและความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า กรณีปัญหาการพบซัลเฟอร์ไดออกไซด์
เกินค่ามาตรฐานนี้ เป็นปัญหาด้านมาตรฐานคุณภาพของสินค้าส่งออกที่ตรวจพบ มิใช่ข้อสรุปว่าลำไยจันทบุรีทั้งหมดไม่ได้มาตรฐาน หรือประเทศจีนระงับการนำเข้าลำไยจากประเทศไทยทั้งหมด
จึงขอให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรับทราบข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง และร่วมกันยกระดับการควบคุมคุณภาพตลอดห่วงโซ่การผลิต

นายชณาดลย์ สัตธณภัทร ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 6 กล่าวว่า
สวพ.6 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการควบคุมคุณภาพลำไยตั้งแต่แหล่งผลิต
จนถึงการส่งออก โดยส่งเสริมการผลิตตามมาตรฐาน GAP การเฝ้าระวังศัตรูพืชและสารเคมีที่ประเทศจีนกำหนด การกำกับดูแลโรงคัดบรรจุตามมาตรฐาน GMP และการควบคุมกระบวนการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ให้เป็นไปตามข้อกำหนด รวมถึงการตรวจวิเคราะห์สารตกค้างก่อนออกใบรับรองสุขอนามัย (HC) และการตรวจสอบศัตรูพืช
เพื่อออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (PC)

สำหรับปีงบประมาณ 2570 สวพ.6 มีแผนตรวจติดตามโรงคัดบรรจุลำไยในจังหวัดจันทบุรีและสุ่มตรวจวิเคราะห์สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ร่วมกับห้องปฏิบัติการเอกชนที่กรมวิชาการเกษตรให้การยอมรับ พร้อมเฝ้าระวังกระบวนการรมลำไยเพื่อการส่งออกอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรโดย
กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช ยังได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางเลือกเพื่อลดสารซัลเฟอร์
ไดออกไซด์ตกค้างแก่ผู้ประกอบการ ณ โรงแรมนิว แทรเวิลลอด์จ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมให้โรงคัดบรรจุนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน จังหวัดจันทบุรีได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการเกษตรและพาณิชย์ เพื่อบริหารจัดการผลผลิตลำไยและบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกร โดยส่งเสริมการจัดตั้งจุดรับซื้อ การกระจายผลผลิตผ่านเครือข่ายสหกรณ์การรวบรวมลำไยผลเดี่ยวเพื่อส่งออกไปประเทศเวียดนาม และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า พร้อมติดตามสถานการณ์ราคาและภาวะตลาดอย่างใกล้ชิด ตลอดจนประสานมาตรการช่วยเหลือด้านราคา ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอกรมการค้าภายในพิจารณา เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดและสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้แก่เกษตรกร

สวพ.6 ขอความร่วมมือเกษตรกรและผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุ ให้ความสำคัญกับการผลิตลำไยคุณภาพ การใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง และการควบคุมกระบวนการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตามมาตรฐาน
อย่างเคร่งครัด พร้อมนำเทคโนโลยีทางเลือกที่หน่วยงานภาครัฐถ่ายทอดไปประยุกต์ใช้ เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าถูกส่งกลับ ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ รักษาความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้าและสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกรและอุตสาหกรรมลำไยจันทบุรีอย่างยั่งยืน