เกษตรฯ ลงพื้นที่แนะนำชาวนาหลังน้ำท่วม ด้านพื้นที่ฝนตกชุกเฝ้าระวังโรคไหม้ข้าว

เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก่อให้เกิดน้ำท่วมขังและกระทบต่อแปลงปลูกพืชหลายพื้นที่ โดยเฉพาะนาข้าว ที่เสี่ยงเผชิญกับโรคไหม้ข้าว กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวติดตามสถานการณ์และสำรวจสังเกตอาการข้าวในนาอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อแปลงปลูกข้าวของตนได้
แนวทางการฟื้นฟูนาข้าวหลังน้ำลด ควรพิจารณาตามระยะการเจริญเติบโตของข้าว ความลึกของน้ำ และระยะเวลาที่น้ำท่วมขัง เพื่อจัดการดินให้เหมาะกับการปลูกข้าว เนื่องจากในขณะที่น้ำท่วมขังในระดับสูง ดินจะอิ่มด้วยน้ำ ทำให้ดินขาดอากาศ และเกิดปฏิกิริยาทางเคมีบางอย่าง ก่อให้เกิดสารประกอบอินทรีย์ เช่น กรดบูทีริก และไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งเป็นพิษต่อต้นข้าว

หลังน้ำลดควรรีบระบายออกแล้วปล่อยให้ดินแห้ง ปริมาณอินทรียวัตถุ จุลินทรีย์หน้าดิน ธาตุอาหารจะลดลงจากบริเวณที่ถูกกระแสน้ำพัดพาไป ในที่พื้นที่ลุ่มต่ำจะมีธาตุอาหารพืชสะสมอยู่ในตะกอนเพิ่มขึ้นโดยระยะแตกกอ น้ำท่วมยอดข้าวเกิน 1-2 สัปดาห์ ข้าวแช่น้ำเน่าตาย กรณีข้าวโผล่พ้นผิวน้ำ หลังน้ำลดจะทำให้ต้นข้าวหักล้ม การปรับปรุงดินควรลดระดับน้ำในแปลงนา โดยระบายน้ำออกให้ยอดโผล่พ้นน้ำ เมื่อน้ำลดสู่สภาวะปกติ ควบคุมระดับน้ำให้เหลือ 5-10 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยตามอัตราแนะนำ พร้อมฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพที่ผลิตจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 อัตรา 5 ลิตรต่อไร่ เมื่อข้าวอายุ 50 และ 60 วัน ข้าวพันธุ์ไวต่อช่วงแสงที่ปลูกในดินร่วนเหนียวหรือดินเหนียว ใส่ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ใน ระยะออกช่อ ดอก หรือ 30 วันก่อนข้าวออกรวง สำหรับพันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสงใส่ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ ระยะออกรวง เร่งระบายน้ำออก และไม่ควรใส่ปุ๋ยเคมี โดยเฝ้าระวังโรคและแมลง ระยะสุกแก่ เก็บเกี่ยวข้าวและตากให้แห้งโดยเร็ว เพื่อลดความชื้นของเมล็ด ทั้งนี้ กรณีน้ำท่วมเกิน 10 วัน ข้าวระยะต้นอ่อน ที่อายุน้อยกว่า 30 วันจะตาย รวมถึงข้าวที่ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด เมื่อน้ำลดลงจนแห้ง ให้ไถกลบตอซังข้าวที่เหลืออยู่ในนา เพื่อย่อยสลายเป็นปุ๋ยต่อไป เร่งกำจัดวัชพืชบริเวณพื้นที่นาและคันนาโดยรอบป้องกันโรคและแมลงศัตรูข้าว


ความเสี่ยงและลักษณะของโรคไหม้ข้าว เนื่องจากฝนและความชื้นสูง ประกอบกับแปลงนาที่ต้นข้าวหนาแน่นทำให้อับลม เอื้อให้เกิดโรคไหม้ข้าวที่เกิดจากเชื้อรา Pyricularia oryzae สามารถแพร่กระจายโรคไปยังพื้นที่ข้างเคียงเมื่อเกิดลมพัดแรง โดยลักษณะโรคไหม้ข้าว ระยะกล้าและแตกกอ สังเกตได้จากใบมีแผลจุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตาและมีสีเทากลางแผล หากรุนแรงจะเป็นพุ่มตายคล้ายถูกไฟไหม้ ระยะออกรวง จะสังเกตเห็นเมล็ดข้าวลีบ ส่วนเมล็ดแก่ใกล้เก็บเกี่ยวจะมีรอยแผลช้ำสีน้ำตาลบริเวณคอรวง ทำให้เปราะหัก รวงข้าวร่วงหล่นเสียหาย


แนวทางการป้องกันและดูแลรักษานาข้าว ควรประเมินสภาพแปลงนาและใส่ปุ๋ยในระยะเวลาเหมาะสมตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด หากพบอาการของโรคไหม้ข้าวให้พ่นด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา อัตรา 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 100 ลิตร หากพบแผลซึ่งเป็นร่องรอยของโรคไหม้ข้าว 2-3 แผลต่อใบข้าว สามารถใช้สารเคมีเข้าควบคุมการระบาดโดยเร็ว