กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งสำรวจผลกระทบอุทกภัยปี 2569 เตรียมมาตรการช่วยเหลือ–เยียวยา–ฟื้นฟูสหกรณ์และสมาชิก 

กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งสำรวจความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยปี 2569 หลังพบสหกรณ์กลุ่มเกษตรกร และสมาชิกได้รับผลกระทบแล้ว 29 จังหวัด รวม 476 แห่ง สมาชิก 95,422 ราย พร้อมตั้งศูนย์ติดตามและให้ความช่วยเหลือ จัดโรงครัวส่งอาหารและน้ำดื่มถึงผู้ประสบภัย และระดมเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศร่วมบรรเทาความเดือดร้อน สนับสนุนข้าวสาร นม และอาหาร พร้อมเตรียมมาตรการเยียวยาด้านหนี้สิน เงินทุน และการฟื้นฟูกิจการ นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น ในหลายพื้นที่ของประเทศในช่วงวันที่ 16–28 กันยายน 2569 ส่งผลให้หลายจังหวัดได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบครอบคลุม 50 เขต จากฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน รวมถึงสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในหลายพื้นที่ด้วย สำหรับข้อมูลผลกระทบต่อภาคสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร

จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่า มีสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และสมาชิกได้รับผลกระทบใน 5 พื้นที่ รวม 29 จังหวัด สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 476 แห่ง และสมาชิก 95,422 ราย ประกอบด้วย ภาคเหนือ 5 จังหวัด สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 31 แห่ง สมาชิก 6,272 ราย ภาคกลาง 12 จังหวัด 173 แห่ง สมาชิก 13,145 ราย ภาคตะวันออก 8 จังหวัด 123 แห่ง สมาชิก 33,025 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 จังหวัด 37 แห่ง สมาชิก 4,025 ราย และกรุงเทพมหานคร 50 เขต มีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร 112 แห่ง สมาชิก 38,955 ราย ตั้งศูนย์ติดตามฯ เร่งสำรวจความเสียหายทุกพื้นที่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามและให้ความช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ประจำปี 2569 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดตามสถานการณ์ รวบรวมและประเมินข้อมูลความเสียหาย ตลอดจนกำหนดแนวทางและมาตรการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่ พร้อมมอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 และพื้นที่ 2 รวมถึง สำนักงานสหกรณ์จังหวัดในพื้นที่ประสบภัย เร่งสำรวจข้อมูลสมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร อุปกรณ์การตลาด ทรัพย์สิน และการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และตรงกับความต้องการของผู้ประสบภัย เปิดโรงครัวเร่งด่วน ส่งอาหารและน้ำดื่มถึงผู้ประสบภัย ในส่วนของการช่วยเหลือเร่งด่วน กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ระดมกำลังผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากร จัดตั้งโรงครัวเพื่อประกอบอาหารปรุงสุกและจัดเตรียมน้ำดื่มสำหรับส่งต่อให้แก่สมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 ได้จัดทำข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่ม 2,500 ชุด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 5 เขต ได้แก่ เขตจตุจักร บางกะปิ คลองสามวา แยกนิด้า-แฟลตคลองจั่น และบึงกุ่ม ครอบคลุมสหกรณ์เคหสถานและสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

โดยเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่บริเวณแยกนิด้า–แฟลตคลองจั่น และหมู่บ้านสหกรณ์ เคหะสถาน 4 ซอยเสรีไทย 57 เพื่อนำอาหารกล่อง เครื่องดื่ม และสิ่งของอุปโภคบริโภคไปแจกจ่าย พร้อมรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อนำไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือต่อไป ผนึกกำลังขบวนการสหกรณ์ทั่วประเทศร่วมช่วยเหลือ กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังได้ประสานความร่วมมือกับขบวนการสหกรณ์และเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อร่วมส่งต่อสิ่งของจำเป็นให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ขบวนการสหกรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเครือข่ายสหกรณ์ นำโดยสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด สนับสนุนข้าวสารบรรจุถุง ขนาด 5 กิโลกรัม จำนวน 1,200 ถุง รวม 6 ตัน เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังได้รับสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ได้แก่ ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวสาร น้ำดื่ม 1,500 แพ็ค และนม UHT 7,200 กล่อง จากชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทยและเครือข่ายสหกรณ์โคนม สะท้อนถึงการรวมพลังของขบวนการสหกรณ์ ในการสนับสนุนผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เตรียมมาตรการบรรเทา เยียวยา และฟื้นฟูในระยะต่อไป นอกจากการช่วยเหลือเฉพาะหน้าแล้ว กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังเตรียมมาตรการเพื่อช่วยเหลือสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และสมาชิกที่ได้รับผลกระทบในระยะบรรเทา เยียวยา และฟื้นฟู ประกอบด้วย การผ่อนผันและขยายระยะเวลาการชำระหนี้ของกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) การสนับสนุนเงินทุนจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 วงเงิน 328 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและสนับสนุนการฟื้นฟูกิจการของสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่สมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบในอัตรา ร้อยละ 3 ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี และการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์การตลาดของสหกรณ์ จากงบกลาง มาตรการดังกล่าวจะดำเนินการควบคู่กับการสำรวจและรวบรวมข้อมูลความเสียหาย เพื่อให้สามารถพิจารณาความช่วยเหลือได้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและความเดือดร้อนของแต่ละพื้นที่ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชน สมาชิกสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรในหลายพื้นที่ กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงเร่งระดมกำลัง ทั้งเจ้าหน้าที่และเครือข่ายสหกรณ์เข้าช่วยเหลือ ทั้งการดูแลเรื่องอาหารและน้ำดื่มในระยะเร่งด่วน การสำรวจและติดตามความเสียหาย ตลอดจนการเตรียมมาตรการบรรเทาและฟื้นฟูในระยะต่อไป เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์จะเร่งสำรวจ ตรวจสอบ และรวบรวมข้อมูลความเสียหายอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานเครือข่ายสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นไปอย่างทั่วถึง เหมาะสม และสามารถฟื้นฟูการดำเนินกิจการและการประกอบอาชีพให้กลับคืนสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว