“สุริยะ” หารือทูตญี่ปุ่น เดินหน้าการเกษตรอัจฉริยะ เสริมความร่วมมือเกษตรไทย–ญี่ปุ่น
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับ นายโอตากะ มาซาโตะ (H.E.Mr. Otaka Masato) เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โดยมี ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ห้องทรงนาค) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือความร่วมมือด้านการเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการผลิต และความร่วมมือด้านการค้า สานต่อความร่วมมือไทยกับญี่ปุ่นในด้านการเกษตรระหว่างกัน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย และกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น มีกรอบความร่วมมือด้านการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะในประเทศไทย โดยมุ่งผลักดันการดำเนินงานผ่านโครงการความร่วมมือกับภาคเอกชนญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการทำการเกษตร ช่วยลดภาระและทุ่นแรงในการผลิต รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรผู้สูงอายุ พร้อมทั้งรักษาองค์ความรู้และภูมิปัญญาการผลิตดั้งเดิม ควบคู่กับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการพัฒนาภาคเกษตรของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของสองฝ่ายที่ดำเนินการผ่านกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ โดยเฉพาะความร่วมมือภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย -ญี่ ปุ่น (Japan – Thailand Economic Partnership Agreement: JTEPA) ซึ่งไทยและญี่ปุ่นได้ใช้ในการเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการด้านการเกษตร ความร่วมมือด้านสหกรณ์ ด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) และการอำนวยความสะดวกทางการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะในปี 2570 จะเป็นวาระสำคัญยิ่งเนื่องในโอกาสครบรอบ 140 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เพิ่มเติม
เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเฉลิมฉลอง 140 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ ทางญี่ปุ่นจะจัดทำตราสัญลักษณ์ความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-ไทย ซึ่งจะเริ่มใช้ในเดือนกันยายนนี้ พร้อมกันนี้ได้แจ้งถึงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก International Horticultural Expo 2027, Yokohama (GREEN×EXPO 2027) และกล่าวขอบคุณฝ่ายไทยที่ตอบรับเข้าร่วมงานในครั้งนี้
ด้าน รมว.กษ. กล่าวตอบว่า ประเทศไทยมีความพร้อมอย่างยิ่งในการเข้าร่วมงาน GREEN×EXPO 2027 ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น โดยไทยให้ความสำคัญกับงานนี้และได้เตรียมจัดแสดง Thailand Pavilion บนพื้นที่กว่า 600 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด “Collaboration with Nature: Caring for Life, Cultivating the Future” เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ศักยภาพพืชสวน และภาคการเกษตรไทย ควบคู่กับการนำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนสู่สายตาประชาคมโลก
พร้อมกันนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยรัฐมนตรีฯ กล่าวว่า ประเทศไทยอยู่ระหว่างการดำเนินโครงการคลองระบายน้ำหลาก ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างอย่างยั่งยืน และโครงการเจ้าพระยา 2 (คลองระบายน้ำหลากบางบาล–บางไทร) ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นให้ความสนใจและพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการร่วมกับฝ่ายไทย นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตฯ ยังกล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพและจุดแข็งด้านการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดให้มีศักยภาพได้
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยินดีให้การสนับสนุนและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือและผลักดันประเด็นต่าง ๆ ที่ได้หารือร่วมกันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ ขอเชิญชวนท่านเอกอัครราชทูตเข้าชมงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 ณ จังหวัดอุดรธานี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย
