โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริยกระดับคุณภาพชีวิต ประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร

“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” พระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการดังกล่าวมาใช้ดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ผ่านการพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการทั่วประเทศ ในทั้งในรูปแบบอ่างเก็บน้ำ ฝาย แก้มลิง ระบบส่งน้ำ ระบบจัดหาน้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนอย่างยั่งยืนตามพระราชประสงค์

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า สทนช. ได้กำหนดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการสำคัญที่ต้องขับเคลื่อนร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณาเห็นชอบโครงการ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับนอกจากการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน เพิ่มแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ช่วยบรรเทาอุทกภัย และบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ยังเป็นการพัฒนาแหล่งน้ำที่เป็นระบบเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ครอบคลุมในทุกมิติ อันจะนำไปสู่การวางแผนพัฒนาทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำในอนาคตได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย
ทั้งนี้ สทนช. ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและเร่งรัดการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านทรัพยากรน้ำให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ภายใต้คณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่มีทั้งหมด 198 โครงการ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จำนวน 112 โครงการ
สำหรับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะนี้ดำเนินเสร็จแล้ว 149 โครงการ อาทิ โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยเฮี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย, โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ ต.บ้านกลาง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่, โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี, โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่บ้านหนองใหญ่ ต.หนองปลิง อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี, โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก จ.นครพนม, โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร, โครงการก่อสร้างระบบประปาบ้านผัง 16 ต.นิคมพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล, โครงการอาคารบังคับน้ำบ้านเจ๊ะเกพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เป็นต้น
ส่วนที่เหลือโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน 11 โครงการ และอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม/การขอรับการสนับสนุนงบประมาณอีก 38 โครงการ ซึ่ง สทนช. จะร่วมบูรณาการขับเคลื่อนให้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย เช่น โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยป่าสักพร้อมระบบส่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย, โครงการฝายบ้านโป่งเหนือพร้อมอาคารประกอบ บ้านโป่งเหนือ ตำบลสันสลี อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย, โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ยะพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก , โครงการก่อสร้างประปาภูเขาห้วยแม่สูตรพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ , โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำพร้อมระบบกระจายน้ำบ้านขุนคอง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่, โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยจ๊วกพร้อมอาคารประกอบ อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน, โครงการอาคารบังคับน้ำบ้านอ่างหินพร้อมอาคารประกอบ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, โครงการอ่างเก็บน้ำคลองตาพลายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี , โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบ้านหนองเสือพร้อมอาคารประกอบ จังหวัดนครปฐม,โครงการแก้มลิงหนองคำพร้อมอาคารประกอบ บ้านกอก ตำบลบ้านกอก อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี , โครงการฝายห้วยป่าหวายพร้อมระบบส่งน้ำ บ้านกุดหมากไฟ ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี, โครงการฝายบ้านหนองเอียน แห่งที่ ๒ บ้านหนองเอียน ตำบลเขาคอก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นต้น

นอกจากนี้ คณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ยังได้น้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” มาใช้เชื่อมโยงกับโครงการแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในรูปแบบการจัดการตั้งแต่ “ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ” โดยมุ่งเน้นการทำงานให้เกิดผลลัพธ์มากขึ้น ทั้งในมิติขององค์ความรู้เพื่อการประกอบอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้มีทั้งหมด 46 โครงการ โดยเป็นการดำเนินการตามกรอบ 3 ปี จำนวน 9 โครงการ อยู่ระหว่างดำเนินการ 33 โครงการ และอยู่ระหว่างการจัดทำแผนและเตรียมความพร้อมอีก 4 โครงการ
ล่าสุดในปี 2569 ได้พิจารณาโครงการต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพิ่มเติมอีก 6 โครงการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำทั้งหมด โดยอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง 1 โครงการ คือ โครงการต่อยอดโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีเสียดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.หนองแสง อ.ปากพลี จ.นครนายก และอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ 5 โครงการ คือ โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านแม่ยุ้นพร้อมระบบส่งน้ำ ต.ปงป่าหวาย อ.เด่นชัย จ.แพร่, โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านสวนหลวงแห่งที่ 2 พร้อมระบบส่งน้ำ ต.ปงป่าหวาย อ.เด่นชัย จ.แพร่, โครงการอ่างเก็บน้ำแม่สองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.เตาปูน อ.สอง จ.แพร่, โครงการอ่างเก็บน้ำแม่แคมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.สวนเขื่อน อ.เมือง จ.แพร่ และโครงการจัดหาน้ำให้ราษฎรบ้านเล่าชีก๋วย ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยจะมีการต่อยอดการพัฒนาระบบกระจายน้ำเพิ่มเติมให้ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกๆ ด้าน เช่น การส่งเสริมการประกอบการอาชีพ การพัฒนาคุณภาพดิน ซึ่งแต่ละกิจกรรมการต่อยอดจะสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และความต้องการของราษฎร
ส่วนการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จำนวน 112 โครงการนั้น ขณะนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนแล้ว 88 โครงการ ดำเนินการแล้วเสร็จ 72 โครงการ อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง 18 โครงการ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม 16 โครงการ และอีก 8 โครงการ เป็นโครงการที่จะต้องประสาน เร่งรัด และหาแนวทางการขับเคลื่อนให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการในปัจจุบัน
“… เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” ตามพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สทนช. จะบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและการต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้แล้วเสร็จตามพระราชประสงค์ ซึ่งทุกโครงการได้อำนวยประโยชน์ ยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ของราษฎร สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตลอดจนสร้างรอยยิ้มและความปิติสุขให้เกิดขึ้นกับพสกนิกรในพระองค์ และที่สำคัญได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคมโดยรวมของประเทศอีกด้วย
