รมช.ปิยะรัฐชย์สั่งการกรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งหามาตรการช่วยเหลือสหกรณ์โคนม หลังอ.ส.ค.ค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบ

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดเผยว่า นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งหามาตรการดูแลช่วยเหลือสหกรณ์โคนมที่ได้รับผลกระทบจากการค้างชำระค่าน้ำนมดิบขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. ซึ่งที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และ อ.ส.ค.ประชาสัมพันธ์รณรงค์การบริโภคนมวัวแดงตราไทย-เดนมาร์คไปยังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดและเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ โดยส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคนมมีคุณภาพจากเกษตรกรไทยและช่วยแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมของ อ.ส.ค.ตลอดจนช่วยระบายผลิตภัณฑ์นมให้กับสหกรณ์โคนมในเครือข่ายด้วย

อย่างไรก็ตามจากการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมาปรากฎว่ามียอดจำหน่ายนมทั้งสิ้น 11,273 หีบ มูลค่า 3,674,223 บาท และนับตั้งแต่ปี 2567-69 กรมฯได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คมาแล้วรวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง มียอดจำหน่ายรวม 45,658 หีบ คิดเป็นมูลค่ารวม 14,120,937 บาท ซึ่งสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของสหกรณ์โคนมได้บางส่วน

“จริง ๆ แล้วเราก็ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทั้งการประชาสัมพันธ์เพิ่มช่องทางการตลาดและช่วยกระจายสินค้าให้ ไม่เฉพาะนมไทย-เดนมาร์ค นมของสหกรณ์เองเราก็ช่วย” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าว

นายนิรันดร์เผยต่อว่านอกจากนี้ยังมีมาตรการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์(กพส.)เพื่อมาเสริมสภาพคล่องสหกรณ์โคนมที่ได้รับผลกระทบ โดยเสนอขอกำหนดวงเงินกู้ยืมหรือค้ำประกันประจำปีที่สูงกว่าหลักเกณฑ์การพิจารณาทั่วไปเป็นกรณีพิเศษต่อนายทะเบียนสหกรณ์เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยคำนึงถึงความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ของสหกรณ์แต่ละแห่งเป็นรายกรณี ซึ่งมาตรการดังกล่าวนี้จะช่วยให้สหกรณ์สามารถขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนที่สอดคล้องกับภาระธุรกิจที่เพิ่มขึ้นได้

“ปีนี้ 2569 เราเตรียมเงินกพส.ไว้ 350 ล้านบาท สหกรณ์กู้ไปแล้ว 115 ล้านบาท ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีก 2 เดือนยังสามารถมายื่นกู้ได้ ส่วนปีหน้าถ้าไม่พอจะเพิ่มเป็น 400 ล้านบาท สำหรับสหกรณ์โคนม”นายนิรันดร์เผย

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ย้ำด้วยว่าสำหรับสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมที่มีอ.ส.ค.เป็นลูกหนี้ค้างชำระค่าน้ำนมดิบในขณะนี้ก็ให้มีการชะลอการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มจนถึงปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธํนวาคม 2569 ทั้งนี้มิให้ปรับลดยอดค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้การค้าค่าน้ำนมดิบอ.ส.ค.ที่เคยตั้งไว้แล้วจนกว่าจะได้รับการชำระหนี้จากอ.ส.ค. ส่วนที่เป็นลูกหนี้ของผู้ประกอบการบริษัทเอกชน กรมฯไม่สามารถเข้าไปดำเนินการใด ๆ ได้ อาจจะต้องมีการฟ้องเรียกร้องความเสียหายกันเอาเอง

นายนิรันดร์ยังระบุอีกว่า ขณะเดียวกันกรมฯยังได้สนับสนุนเงินทุนเพื่อให้สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมได้นำไปใช้ดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปน้ำนมดิบ รวมถึงเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับเกษตรกรสมาชิกเพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการฟาร์มผ่านสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมอย่างต่อเนื่องจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์(กพส.) ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562-69 รวมทั้งสิ้น 3,518.95 ล้านบาท รวม 81 สหกรณ์ มีทั้งโครงการพิเศษดอกเบี้ยต่ำและโครงการปกติ

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ยังกล่าวถึงส่วนมาตรการอื่น ๆ ที่ผ่านมาได้ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย(กยท.)และกรมพัฒนาที่ดินได้นำน้ำนมดิบที่เกิน MOU และไม่มีแหล่งจำหน่ายมาพัฒาเป็นผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพหรืออะมิโนนม พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรในเครือข่ายสหกรณ์นำไปใช้ใส่พืชผักไม้ผล ไม้ยืนต้น ยางพาราเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯในการลดการใช้ปุ๋ยเคมีและส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์โดยน้ำหมักชีวภาพหรืออะมิโนนมจากน้ำนมดิบดังกล่าวอีกด้วย

อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 กระทั่งล่าสุด ณ 17 กรกฎาคม 2569 กยท.ได้ให้ความช่วยเหลือรับซื้อน้ำนมดิบที่ไม่มีแหล่งจำหน่ายไปแล้วว่า 716 ตันเพื่อไปแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพหรืออะมิโนนมกว่า 1,144,000 ลิตรและกยท.มีแผนพัฒนาให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์(เหลว) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร คาดว่าจะช่วยดึงน้ำนมดิบส่วนเกินออกจากระบบได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งทั้ง 4 มาตรการจะเดินหน้าอย่างเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับสมาชิกสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ