รมช.ปิยะรัฐชย์” ลงพื้นที่น่าน เกาะติดบริหารจัดการน้ำ-ปลดล็อกบัญชีสหกรณ์ ชูความสำเร็จลดต้นทุนปุ๋ยเคมีช่วยเกษตรกร

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดน่าน เพื่อติดตามความก้าวหน้างานด้านการบริหารจัดการน้ำและการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันเกษตรกร ณ องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงกลางพญาแก้ว อำเภอเชียงกลาง ซึ่งรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ได้รับฟังแนวทางแก้ไขปัญหาและติดตามโครงการแหล่งน้ำสำคัญ 3 แห่ง ประกอบด้วย 1) อ่างเก็บน้ำน้ำเกี๋ยน ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง ต้องเร่งสำรวจออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาการรั่วซึม และจัดทำทำนบดินให้มีความมั่นคงแข็งแรงมากยิ่งขึ้น 2) อ่างเก็บน้ำห้วยแก้วพร้มระบบส่งน้ำ หมู่ 7 บ้านวังตาว ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน เพื่อพัฒนาระบบชลประทานให้เข้าถึงราษฎรกว่า 305 ครัวเรือน และ 3) อ่างเก็บน้ำน้ำกอน ตำบลพญาแก้ว อำเภอเชียงกลาง ที่มีความคืบหน้าในการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดอยภูคาและป่าผาแดง เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำกอน ขณะเดียวกันได้พบปะกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำเพื่อรับฟังปัญหาและมอบนโยบายในการขับเคลื่อนแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการเกษตรและอุปโภคบริโภคในพื้นที่อย่างยั่งยืน

จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสหกรณ์กองทุนสวนยาง สกย. จังหวัดน่าน จำกัด ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง เพื่อติดตามการดำเนินงาน “โครงการปุ๋ยสั่งตัด” สูตร 15-7-18 และการส่งเสริมอาชีพปลูกพืชหลังนา ซึ่งโครงการดังกล่าวสามารถช่วยให้สมาชิกสหกรณ์ซื้อปุ๋ยเคมีได้ในราคาที่ประหยัดและลดลงกว่าราคาตามท้องตลาดอย่างมาก โดยสามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตไปได้ถึง 365 บาทต่อกระสอบ นอกจากนี้ ยังได้ติดตามผลการใช้นวัตกรรมดิจิทัลผ่านโปรแกรม FULL PACK และแอปพลิเคชัน Smart 4 M ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการปลดล็อกปัญหาการปิดบัญชีสะสมของสหกรณ์ในอดีตให้กลับมาดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ จนปัจจุบันสามารถส่งงบการเงินได้ภายใน 30 วันหลังสิ้นปีบัญชี ทำให้การบริหารจัดการบัญชีมีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีความคืบหน้าในการดำเนินงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในพื้นที่ โดยได้จัดที่ดิน ส.ป.ก. ให้แก่เกษตรกรไปแล้วกว่า 51,599 ราย พร้อมทั้งขับเคลื่อนการส่งเสริมอาชีพในที่ดินทำกินให้ชุมชนของคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดน่าน อีกจำนวน 6,661 ราย เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ รมช.ปิยะรัฐชย์ ได้รับฟังข้อเรียกร้องจากผู้แทนสหกรณ์การเกษตรหลายแห่งในจังหวัดน่าน อาทิ สหกรณ์เมืองน่าน ทุ่งช้าง เชียงกลาง และแม่จริม ที่ต้องการขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์การตลาด โดยเฉพาะรถโฟล์คลิฟท์ เพื่อนำมาใช้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรของสมาชิก ทางด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับประเด็นข้อเรียกร้องดังกล่าวจากผู้นำสหกรณ์ในพื้นที่ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาเร่งด่วน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดน่านประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป