สศก. ร่วมกับ กสก. ลุยต่อเนื่อง ปิดจ๊อบฐานข้อมูลเกษตร 75,000 หมู่บ้าน

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรที่

ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เป็นพื้นฐานสำคัญในการวิเคราะห์สถานการณ์ วางแผนการผลิต และกำหนดมาตรการด้านการเกษตร

ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง เนื่องจากโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรของแต่ละหมู่บ้านมีความแตกต่างกัน ทั้งชนิดสินค้า

จำนวนเกษตรกร พื้นที่เพาะปลูก การเลี้ยงปศุสัตว์ และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ดังนั้น การมีฐานข้อมูลระดับหมู่บ้านที่ชัดเจน จึง

เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาระบบข้อมูลเกษตรของประเทศให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

สศก. โดยศูนย์สารสนเทศการเกษตร จึงดำเนิน โครงการจัดทำข้อมูลกรอบตัวอย่างสำหรับการสำรวจ (Sampling

for List Frame Survey) โดยอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำสารสนเทศ

การเกษตรและการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยบูรณาการความร่วมมือกับกรม

ส่งเสริมการเกษตร (กสก.) เพื่อจัดทำฐานข้อมูลกรอบตัวอย่างของกิจกรรมการเกษตรระดับหมู่บ้าน สำหรับใช้เป็นฐานในการ

สำรวจด้วยตัวอย่าง และสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศการเกษตร โดยข้อมูลกรอบตัวอย่างเปรียบเสมือนฐานข้อมูล

ตั้งต้นที่ช่วยให้การสำรวจครอบคลุม เลือกกลุ่มตัวอย่างได้เหมาะสม และสะท้อนภาพการผลิตจริงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการดำเนินงานครั้งนี้ คือการดึงศักยภาพของ อกม. ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดกับ

เกษตรกรและรู้ข้อมูลการเกษตรของหมู่บ้านเป็นอย่างดี เข้ามามีบทบาทในการสำรวจภาคสนาม ผ่านการทำงานร่วมกับ

เจ้าหน้าที่ กสก. และ สศก. พร้อมใช้ระบบบันทึกข้อมูลดิจิทัล Frame-asa เป็นเครื่องมือสนับสนุน เพื่อให้ข้อมูลสะท้อน

สถานการณ์ในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นการยกระดับ อกม. ให้เป็นเครือข่ายด้านข้อมูลการเกษตรระดับหมู่บ้าน

และเป็นกลไกเชื่อมโยงข้อมูลจากพื้นที่สู่การใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย

สำหรับการดำเนินงานของโครงการได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566–2569 โดยมีเป้าหมายจัดทำ

ข้อมูลกรอบตัวอย่างสำหรับการสำรวจให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมประมาณ 75,000 หมู่บ้าน ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ.

2569 ถือเป็นปีเป้าหมายสำคัญในการดำเนินการให้ครบถ้วน โดยยังเหลือพื้นที่เป้าหมายกว่า 18,000 หมู่บ้าน ในเขตความ

รับผิดชอบของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 และ 5 ได้แก่ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น สุรินทร์ บุรีรัมย์

ชัยภูมิ และนครราชสีมา ซึ่งจะดำเนินการจัดเก็บข้อมูลสินค้าเกษตร 26 ชนิด ครอบคลุมทั้งพืชไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้น ปศุสัตว์

และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อให้มีฐานข้อมูลกรอบตัวอย่างที่ครอบคลุมและสามารถนำไปใช้สนับสนุนการสำรวจและ

วิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การดำเนินงานในพื้นที่เป็นไปตามแผนการขับเคลื่อนร่วมกันระหว่าง สศก. และ กสก. โดยมีการจัดเตรียมระบบ

เว็บแอปพลิเคชัน Frame-asa สำหรับใช้บันทึกข้อมูลภาคสนาม พร้อมประชุมชี้แจงแนวทางการจัดเก็บข้อมูลและการใช้งาน

ระบบให้แก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร สศท. และผู้เกี่ยวข้อง ก่อนถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติให้แก่ อกม. ในพื้นที่ โดย อกม.

จะบันทึกข้อมูลกิจกรรมการเกษตรของเกษตรกรในหมู่บ้าน ครอบคลุมสินค้าเกษตรเป้าหมาย 26 ชนิด อาทิ จำนวนครัวเรือน

ที่ทำการเกษตร เนื้อที่เพาะปลูกหรือเนื้อที่ให้ผล จำนวนสัตว์เลี้ยง มาตรฐานการผลิต แหล่งจำหน่ายผลผลิต และราคาที่ขายได้

จากนั้นจะมีการติดตามความก้าวหน้า ยืนยันการบันทึกข้อมูล ตรวจสอบคุณภาพข้อมูลทั้งในระบบและภาคสนาม ก่อนนำไป

ประมวลผล วิเคราะห์ปรับปรุง และรายงานผลตามแผนงานต่อไป

“การจัดทำข้อมูลกรอบตัวอย่างสำหรับการสำรวจโดย อกม. เป็นการวางรากฐานสำคัญให้ระบบข้อมูลเกษตรของ

ประเทศมีความครบถ้วน แม่นยำ และเชื่อมโยงกับพื้นที่จริงมากขึ้น ที่สำคัญยังเป็นการยกระดับบทบาทของ อกม. ในฐานะผู้รู้

ข้อมูลการเกษตรระดับหมู่บ้าน ให้เป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของ กสก. และ สศก. เพื่อนำข้อมูลจากพื้นที่ไป

ใช้วิเคราะห์ วางแผน และกำหนดนโยบายด้านการเกษตรได้ตรงกับความต้องการของเกษตรกรและพื้นที่มากยิ่งขึ้น”

นายพีรพันธ์ กล่าว