กรมประมง เดินหน้าแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดยนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบนโยบายเร่งด่วนให้กรมประมงเร่งแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยมุ่งเน้น 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การจำกัดพื้นที่การระบาด การกำจัดปลาหมอางดำออกจากระบบนิเวศ และการส่งเสริมการนำปลา
ไปใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการจำกัดและกำจัดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำ

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงได้ขานรับนโยบายเชิงรุก
ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยได้ยกระดับการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเชิงรุก “SARA” (SURVEY – ANALYSE  REPOR ACTION)ภายใต้แนวคิด ทำเร่งด่วน ทำทันทีและต่อเนื่อง เพื่อควบคุมเเละลดจำนวนปลาหมอคางดำอย่างมีประสิทธิภาพ แบ่งการดำเนินการออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

S – SURVEY (การสำรวจ): สำรวจความชุกชุมของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ดำเนินการ
โดยเจ้าหน้าที่สังกัดกรมประมง ลงพื้นที่ทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่เขตการแพร่ระบาดและพื้นที่เฝ้าระวัง 21 จังหวัด 204 แหล่งน้ำ รวมมากกว่า 1,000 จุดสำรวจ

A – ANALYSE (การวิเคราะห์ข้อมูล): รวบรวมข้อมูลนำมาวิเคราะห์แนวโน้มและค่าความชุกชุม
(ตัว/พื้นที่ 100 ตารางเมตร) โดยมีการกำหนดเกณฑ์ คือ ความชุกชุมมากกว่า 100 ตัว/ 100 ตารางเมตร ให้สำนักงานประมงจังหวัดเร่งกำจัดโดยด่วน ความชุกชุมมากกว่า 25 -100 ตัว/ 100 ตารางเมตร ให้ดำเนินการกำจัด 
และความชุกชุมน้อยกว่า 10 ตัว/ 100 ตารางเมตร ให้เฝ้าระวังสถานการณ์

R – REPORT (การรายงาน): รายงานผลการประเมินสรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดให้ผู้ตรวจราชการในแต่ละเขตพื้นที่และประมงจังหวัดได้ทราบสถานการณ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลขับเคลื่อนการทำงานของหน่วยงานเครือข่าย (FC) เพื่อดำเนินการมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด

A – ACTION (การปฏิบัติงาน): สำนักงานประมงจังหวัดร่วมบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น ดำเนินมาตรการควบคุม จำกัดความเหมาะสมของพื้นที่ และนำปลาที่กำจัดไปใช้ประโยชน์
เพื่อเป็นแรงจูงใจในการกำจัด พร้อมติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมายสูงสุดในการรักษาสมดุลระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

สำหรับความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ภายใต้แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567 –2570 ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบให้เป็นวาระแห่งชาติ กรมประมงได้ดำเนินการมาตรการเชิงรุกหลายรูปแบบทั้งการผ่อนผันการใช้เครื่องมืออวนรุน เพื่อกำจัดปลาหมอคางดำ
ในพื้นที่เป้าหมาย การดำเนินโครงการรับซื้อปลาหมอคางดำ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการกำจัดแก่ชาวประมงและชุมชน 
รวมถึงกิจกรรมลงแขกลงคลอง ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำพื้นถิ่น สามารถกำจัดปลาออกจากระบบได้แล้วรวม 8,325,234.50 กิโลกรัม ทั้งนี้ ปลาที่กำจัดได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์
ในรูปแบบการแปรรูปเป็นอาหารคน อาหารสัตว์ และอาหารพืช อาทิ การแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร การผลิตปลาป่น การใช้เป็นปลาเหยื่อ การนำไปผลิตปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกรสร้างมูลค่าเพิ่ม
และรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

ผลการสำรวจความชุกชุมในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ใน 21 จังหวัดไม่พบการระบาด 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี พัทลุง และปัตตานี พื้นที่แพร่ระบาดความชุกชุมน้อย (น้อยกว่า 10 ตัว ต่อ 100 ตารางเมตร)
10 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ฉะเชิงเทรา นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรสงคราม นครปฐม ราชบุรี สุราษฎร์ธานี สงขลา และตราด พื้นที่แพร่ระบาดความชุกชุมปานกลาง (10-100 ตัว ต่อ 100 ตารางเมตร) 8 จังหวัดได้แก่ ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และนครศรีธรรมราช ทั้งนี้ ไม่พบพื้นที่
การแพร่ระบาดมาก (มากกว่า 100 ตัว ต่อ 100 ตารางเมตร) นอกจากนี้ กรมประมงยังพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน อาทิ รัฐ เอกชน ท้องที่ ท้องถิ่น และประชาชน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ติดตามสถานการณ์ 
และรวบรวมข้อมูลผลกระทบในพื้นที่อย่างรอบด้าน อันจะนำไปสู่การกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา
ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ท้ายนี้ กรมประมงจะเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการจำกัด กำจัด และสร้างมูลค่าใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำเกิดผลสัมฤทธิ์
อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ สร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรสัตว์น้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเกษตรกรอย่างยั่งยืน