กยท. – เครือซีพี Kick Off โครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางฯ วางเป้า 5 แสนไร่ ใน 5 จังหวัดอีสานบน
เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 69 ณ โรงแรมสยามแกรนด์ จ.อุดรธานี — การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับ ธุรกิจคาร์บอนเครดิต ในบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด เปิดตัว ‘โครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน’ อย่างเป็นทางการ โดยมี นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย และ นายวรสิทธิ์ สิทธิวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจคาร์บอนเครดิต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ร่วมเปิดงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ภาคีเครือข่าย อาทิ อบก., ม.เกษตรฯ, GISTDA, และชาวสวนยางหัวก้าวหน้า กว่า 200 ราย วางเป้านำร่องในพื้นที่สวนยางอีสานตอนบน 5 จังหวัด รวม 500,000 ไร่ มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตร ดันไทยสู่ Carbon Neutrality ในปี 2050 และNet Zero ในปี 2065 คาดยกระดับรายได้พี่น้องชาวสวนยาง กว่า 60,000 ครัวเรือน ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
นายดิษฐเดช กล่าวในขณะเป็นประธานเปิ
นายดิษฐเดช กล่าวต่อไปว่า โครงการฯ นี้ นอกจากจะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ในปี 2050 และ Net Zero ในปี 2065 ผ่านการเพิ่มศักยภาพการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่สวนยางพาราแล้ว ยังเป็นส่วนช่วยยกระดับภาคเกษตรกรรมไทยให้ก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งครั้งนี้ กยท. และบริษัทฯ วางเป้าหมายนำร่องในพื้นที่สวนยางพาราที่มีเอกสารสิทธิ์และได้รับการขึ้นทะเบียนกับ กยท. ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จำนวน 500,000 ไร่ ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ จ.เลย, จ.อุดรธานี, จ.หนองคาย, จ.บึงกาฬ, และ จ.นครพนม โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เสริมจากการขายคาร์บอนเครดิตให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางได้กว่า 60,000 ครัวเรือน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และเป็นการส่งเสริมการบริหารจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
“กยท. มีความยินดีและพร้อมสนับสนุ
สำหรับโครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ดำเนินการภายใต้มาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program : T-VER) โดยมุ่งยกระดับสวนยางพาราให้เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน พร้อมต่อยอดสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต ทั้งนี้ โครงการได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA)นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ ระบบ DMRV มาใช้ในการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบข้อมูลคาร์บอนเครดิต เพื่อให้การดำเนินงานมีความโปร่งใส แม่นยำ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล รองรับการขยายผลสู่ตลาดคาร์บอนทั้งในประเทศและต่างประเทศในอนาคต
