รมช.เกษตรฯ บินด่วนพร้อมอธิบดีฝนหลวงฯ ส่ง ฮ. ดับไฟป่า‘วัดป่าภูก้อน’ จ.อุดรธานี
วันที่ 14 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นางเทียบจุฑา
ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคณะทำงาน ลงพื้นที่เข้าพบพระครูปลัดสุวัฒนวิจิตรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส
วัดป่าภูก้อน และเจ้าคณะตำบลนายูง เขต 1 เพื่อประสานการปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่บริเวณวัดป่าภูก้อน
อ.นายูง จ.อุดรธานี โดยได้สั่งการให้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์เข้าปฏิบัติการตักน้ำดับไฟป่าบริเวณภูเขาโดยรอบ
วัดป่าภูก้อน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่ารวมประมาณ 2,500 ไร่ ที่เกิดไฟไหม้ในบางส่วนของพื้นที่ และมีแนวโน้มขยายวงกว้าง เนื่องจากมีกระแสลมกระโชกแรง ส่งผลให้ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมาเฮลิคอปเตอร์กรมฝนหลวง
และการบินเกษตร ปฏิบัติการตักน้ำดับไฟป่าไปจำนวน 17 เที่ยว เที่ยวละ 500 ลิตร และจะยังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อลดการลุกลามและผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพอากาศ โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำท้องถิ่น และชุมชน เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยเร็วที่สุด
ด้านนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า นอกจากภารกิจการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าแล้ว วันนี้ (14 เม.ย. 2569) ได้สั่งการให้ตั้งหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.ขอนแก่น เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้กับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กำลังได้รับผลกระทบ
โดยมีเครื่องบินขนาดเล็ก CARAVAN จำนวน 3 ลำ ประจำการ และได้เริ่มปฏิบัติการไปแล้วเมื่อเวลา 11.00 น.
โดยใช้เครื่องบิน CARAVAN 1 ลำ ปฏิบัติการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง บินปฏิบัติการบริเวณ อ.โซ่พิสัย – อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ จ.บึงกาฬ และพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ ยังคงมีหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.เชียงใหม่ และ จ.พิษณุโลก ปฏิบัติการเป็นประจำทุกวันอย่างไม่มีวันหยุด
โดยในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์นี้ เจ้าหน้าที่ทุกส่วนฝ่ายยังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์กันตลอดทั้งวัน ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หน่วยฯ จ.เชียงใหม่ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการไปจำนวน 6 เที่ยวบิน ด้วยเทคนิคการสเปรย์น้ำเย็น
การโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง และการก่อเมฆเพื่อดูดซับฝุ่นละออง เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองให้กับพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จ.ลำปาง จ.แม่ฮ่องสอน และจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ และในช่วงบ่ายจะติดตามสภาพอากาศและวางแผนเลี้ยงเมฆเพื่อช่วยดูดซับฝุ่นละอองให้มากยิ่งขึ้นด้วย
ทั้งนี้ ในส่วนภารกิจการปฏิบัติการฝนหลวง กรมฯ ยังเดินหน้าปฏิบัติการควบคู่กันไป ซึ่งเมื่อวานนี้ (13 เม.ย. 2569) มีการขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยบรรเทาภัยแล้งให้กับพื้นที่การเกษตร ทำให้มีฝนตกในบางพื้นที่การเกษตรของ จ.ฉะเชิงเทรา ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร พัทลุง นครศรีธรรมราช นราธิวาส และสงขลา
เพิ่มปริมาณน้ำให้อ่างเก็บน้ำลาดกระทิง จ.ฉะเชิงเทรา เพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่ป่าพรุควนเคร็งและป่าพรุโต๊ะแดง รวมถึงผลปฏิบัติการภารกิจบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลให้สามารถช่วยดูดซับและระบายฝุ่นละอองได้ ทำให้ค่าคุณภาพอากาศณ จ.เชียงใหม่ เวลา 17.00 น. มีค่า 163 ลดลงจากช่วงเช้า
เวลา 08.00 น. ซึ่งมีค่า 198 ได้
