กยท. รับซื้อน้ำนมโคดิบ แปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพคุณภาพสูง
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เข้ารับซื้อน้ำนมโคดิบกว่า 700 ตัน เพื่อนำมาแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพคุณภาพสูง พร้อมแจกจ่ายแก่ชาวสวนยาง ลุยต่อยอดการใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรเป็นวงกว้าง
นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ เปิดเผยว่า จากปัญหาน้ำนมโคดิบล้นตลาดที่เกิดขึ้น กยท. ได้รับนโยบายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ดังนั้น กยท. โดยหน่วยธุรกิจจึงได้เข้ารับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยเฟสที่ 1 รับซื้อในปริมาณ 395.56 ตัน และเฟสที่ 2 รับซื้อในปริมาณ 305.24 ตัน รวมทั้งสิ้น 700.80 ตัน โดยน้ำนมดิบดังกล่าวจะถูกนำไปผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบคุณภาพสูง ได้มากกว่า 1 ล้านลิตร โดยเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่อุดมไปด้วยธาตุอาหารและแร่ธาตุสำคัญ โดยเฉพาะไนโตรเจน โปรตีน และกรดอะมิโน ซึ่งเกิดจากกระบวนการหมักนมสดร่วมกับกากน้ำตาลและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกรมพัฒนาที่ดิน (พด.) โดยประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ สามารถช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ทำให้พืชเติบโตเร็ว ใบเขียว ลำต้นแข็งแรง ช่วยเร่งการพัฒนาระบบราก เพิ่มความร่วนซุยของดินจากกรดแลกติก และช่วยป้องกันโรคพืช โดยเฉพาะโรคราน้ำค้าง เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นสารต้านเชื้อรา นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มคุณภาพและรสชาติของพืชผักและผลไม้ ให้มีรสชาติหวาน กรอบ และมีคุณภาพดีขึ้น ทั้งนี้ น้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบสามารถใช้ได้ทั้งในสวนยางพารา รวมถึงพืชอื่นๆ ที่ปลูกร่วมสวนยางเลือกในโครงการอารยเกษตร ของ กยท. เช่น กาแฟ โกโก้ และพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น เช่น ไม้ผล พืชผัก เป็นต้น
นายญาณกิตติ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางการดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของ กยท. ในการลดการใช้ปุ๋ยเคมี ฟื้นฟูทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ และช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร โดยการนำน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบมาใช้ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งจะช่วยลดรายจ่ายในการบริหารจัดการสวนยางและพื้นที่เกษตรกรรมในระยะยาว ทั้งนี้ กยท. โดยหน่วยธุรกิจ อยู่ระหว่างกระบวนการเตรียมแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางนำไปใช้ในการบำรุงต้นยางพารา และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อจัดจำหน่ายและขยายการใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรต่อไป
“กยท. มุ่งหวังว่าการดำเนินการในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกร สร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคการเกษตรไทย โดย กยท. ทำหน้าที่เป็นตัวแทนน้ำใจจากชาวสวนยางทั่วประเทศ ร่วมสืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงวางรากฐานการเลี้ยงโคนม ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรไทยต่อไป” นายญาณกิตติ์ กล่าวทิ้งท้าย
