กรมป่าไม้ย้ำ ใช้ไฟควบคุมป่าเต็งรังตามหลักวิชาการแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แจงความเข้าใจคลาดเคลื่อน ยืนยันดำเนินการภายใต้แผนอย่างเป็นระบบ

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานชิงเผาในพื้นที่ป่า และข้อกังวลว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาไฟลุกลามและส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ฝุ่นละอองในภาคเหนือนั้น

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นมาตรการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า ตามหลักวิชาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่ารุนแรงซึ่งอาจทำให้ไฟป่าลุกลามขยายวงกว้าง และช่วยลดผลกระทบในระยะยาว มิใช่การดำเนินการโดยขาดการควบคุม ซึ่งกรมป่าไม้มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 59.68 ล้านไร่ โดยภารกิจควบคุมไฟป่าได้ถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 2,737 แห่ง ขณะที่กรมป่าไม้ทำหน้าที่สนับสนุนด้านวิชาการ การวางแผน และการเสริมกำลังในสถานการณ์รุนแรง โดยมีศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าทั่วประเทศ จำนวน 15 ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่า และเจ้าหน้าที่ “เหยี่ยวไฟ” รวม 250 นาย ทำหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่เพื่อช่วยดับไฟป่าในสถานการณ์รุนแรงหรือวิกฤต

สำหรับประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับการจ้างเอกชนดำเนินการชิงเผา และความเสี่ยงที่อาจทำให้ไฟลุกลามนั้น นายนิกรชี้แจงว่า การชิงเผาเป็นกระบวนการ “เผาควบคุม” ที่ดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใต้แผนงานที่ชัดเจน โดยมีการสำรวจพื้นที่เสี่ยงและกำหนดแนวทางดำเนินการล่วงหน้าในช่วงก่อนฤดูไฟป่า ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม 2568 และดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อควบคุมปริมาณเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณที่มีความเสี่ยง ทั้งนี้ การดำเนินงานมีการกำหนดมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด โดยมีการจัดทำแนวกันลาม และควบคุมการเผาโดยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ พร้อมทั้งมีการจ้างประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุมไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามออกนอกพื้นที่ที่กำหนด อีกทั้งได้มีการกำหนดให้แต่ละหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่ดำเนินการวันละ 1 แปลง เพื่อจำกัดผลกระทบต่อสถานการณ์ฝุ่นละออง (PM2.5)

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมป่าไม้ได้กำหนดแผนการดำเนินงานชิงเผา จำนวน 525 แปลง ครอบคลุมพื้นที่ 52,173 ไร่ ดำเนินการแล้วจำนวน 404 แปลง คิดเป็น 40,400 ไร่ และเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ จำนวน 59.68 ล้านไร่ ได้มีการจัดการเชื้อเพลิง น้อยกว่า 1 % สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานที่เป็นไปตามแผนที่กำหนด และอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเป็นระบบ

“กรมป่าไม้ขอยืนยันว่า การใช้ไฟควบคุมเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการป่าไม้
ที่ดำเนินการตามหลักวิชาการ ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยกรมป่าไม้ดำเนินการภายใต้การวางแผนและการควบคุมในทุกขั้นตอน ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวเป็นการลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่าในสถานการณ์รุนแรง เพื่อให้เกิดความสมดุลของทรัพยากรป่าไม้และลดผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาว” นายนิกรกล่าว