สศก. โชว์ผลศึกษา MAC ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ชี้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลการศึกษาเรื่อง “ต้นทุนส่วนเพิ่มการลดก๊าซเรือนกระจก สินค้าพืชเศรษฐกิจ (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์)” โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1-12 (สศท. 1-12) บูรณาการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบต้นทุน ผลตอบแทน และปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ระหว่างเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แบบทั่วไป กับเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน รวมถึงวิเคราะห์ต้นทุนส่วนเพิ่ม (Marginal Abatement Cost: MAC) ในการลดก๊าซเรือนกระจกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ปุ๋ย โดยทำการสำรวจข้อมูลจากเกษตรกรในแหล่งเพาะปลูกสำคัญ 8 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ตาก สระบุรี น่าน เพชรบูรณ์ เลย พิษณุโลก และนครสวรรค์ รวมทั้งสิ้น 366 ราย ในช่วงปีเพาะปลูก 2567/68
จากการศึกษาเปรียบเทียบ ด้านต้นทุนและผลตอบแทน พบว่า เกษตรกรทั่วไปมีต้นทุนเฉลี่ย 5,554.97 บาทต่อไร่ ได้ผลผลิต 752.37 กิโลกรัมต่อไร่ และมีกำไรสุทธิ 1,065.89 บาทต่อไร่ ในขณะที่เกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน มีต้นทุนเฉลี่ยต่ำกว่าอยู่ที่ 5,279.97 บาทต่อไร่ แต่กลับได้ผลผลิตสูงถึง 848.75 กิโลกรัมต่อไร่ ส่งผลให้มีกำไรสุทธิสูงถึง 2,189.03 บาทต่อไร่ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้ร้อยละ 4.95 โดยเฉพาะค่าปุ๋ยเคมีที่ลดลงได้ถึงร้อยละ 15.61 ในขณะที่ผลผลิตเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 12.81 และสร้างกำไรสุทธิต่อไร่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึงร้อยละ 105.37
สำหรับ ด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า เกษตรกรทั่วไปปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 535.64 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) ต่อไร่ โดยมีแหล่งปล่อยหลักคือก๊าซไนตรัสออกไซด์จากการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนถึงร้อยละ 87.97 ส่วนกลุ่มเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมเพียง 422.73 kgCO2e ต่อไร่ ซึ่งถือว่า เกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ต่ำกว่าวิธีทั่วไปถึงร้อยละ 21.08เนื่องจากการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในปริมาณที่เหมาะสมช่วยลดการสะสมของไนโตรเจนส่วนเกินในดิน และยังช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการจัดการแปลงได้อีกด้วย
เมื่อวิเคราะห์ ต้นทุนส่วนเพิ่มในการลดก๊าซเรือนกระจก (MAC) พบว่ามีค่าเท่ากับ -9.95 บาท ต่อ 1 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) ซึ่งตัวเลขที่เป็นลบนี้สะท้อนให้เห็นว่า การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก 1 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นอกจากจะไม่เป็นการเพิ่มภาระการลงทุนให้แก่เกษตรกรแล้ว ยังช่วยประหยัดต้นทุนสุทธิคืนกลับมาให้เกษตรกรได้ถึง 9.95 บาท จึงถือเป็นมาตรการที่มีความคุ้มค่าสูงสุดทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม หรือแนวทางแบบ Win-Win สำหรับภาคเกษตรไทย
ทั้งนี้ สศก. โดย สศท. 1-12 มีข้อเสนอแนะเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ 1. เกษตรกรควรวางแผนรวมกลุ่มตรวจวิเคราะห์ดินล่วงหน้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายชุดน้ำยาตรวจ งดการเผาและเปลี่ยนมาใช้วิธีไถกลบตอซัง พร้อมสมัครเข้าเป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) เพื่อเข้าถึงความรู้และการตรวจดินฟรี 2. หน่วยงานภาครัฐ (กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดิน) ควรบูรณาการยกระดับ ศดปช. ให้เป็นศูนย์บริการจัดการดินและปุ๋ยระดับชุมชนครบวงจร พร้อมเร่งสร้างแปลงสาธิตต้นแบบที่เป็นรูปธรรม 3. ด้านนโยบายและงานวิจัย กรมวิชาการเกษตรควรประสานองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ผลักดันผลสัมฤทธิ์สู่ตลาดคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร รวมถึงส่งเสริมการวิจัยวัฏจักรชีวิต (LCA) และความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์เชิงลึกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาวต่อไป
