สว.ชีวะภาพ” จี้จับสึก “ครูบาชัยวัฒน์” ฮุบ ที่ส.ป.ก.สร้าง “วัดป่าชนะใจ” ชงยึดทรัพย์เข้าแผ่นดิน

“สว.ชีวะภาพ” จี้จับสึก “ครูบาชัยวัฒน์” ฮุบ ที่ส.ป.ก.สร้าง “วัดป่าชนะใจ” ชงยึดทรัพย์เข้าแผ่นดิน ขีดเส้น 11 มี.ค. สิ้นสภาพพระ! “ครูบาชัยวัฒน์” ฮุบสปก.ทำวัดป่า “สว.ชีวะภาพ” ลั่นต้องจับสึก-ยึดทรัพย์
วันที่ 10 มี.ค.69 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เพื่อพิจารณาศึกษาข้อเท็จจริง กรณี ครูบาชัยวัฒน์สร้างวัดป่าชนะใจบนที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พื้นที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยการครอบครองและกว้านซื้อที่ดินส.ป.ก.กว่า 2 พันไร่ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างและสถานปฏิบัติธรรมซึ่งส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติในวงกว้าง โดยมีนายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม , นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ , นายอนันต์ชัย ทับทิม ผอ.ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม กรมป่าไม้ เข้าชี้แจง

นายปรีชา กล่าวว่า สปก.ได้ทำการสำรวจเพื่อตรวจสอบความเสียหาย โดยนำหลักฐานเป็นภาพถ่ายและการคำนวณค่าเสียหายทั้งหมดไปแจ้งความดำเนินคดี 8 ข้อหาหนักกับครูบาชัยวัฒน์ หรือ พระชัยวัฒน์ อัคคชโยและพวก ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติม หลังจากสปก.เคยแจ้งความดำเนินคดีไปแล้วเมื่อปีพ.ศ. 2567 โดยผู้กระทำความผิดน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่เคยถูกแจ้งความดำเนินคดี นายกฤศกร กล่าวว่า ปัจจุบันครูบาชัยวัฒน์หลบหนีออกจากวัดป่าชนะใจ ไปกบดานในพื้นที่จ.อำนาจเจริญ แต่ยังหาวัดใหม่สังกัดไม่ได้ โดยภายในวันที่ 11 มีนาคม 2569 หากยังหาวัดสังกัดไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นพระเร่ร่อน จะต้องจับครูบาชัยวัฒน์สึกออกจากความเป็นพระ

นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่า สถานปฏิบัติธรรมและที่พักสงฆ์เกือบ 100% อยู่ในเขตป่าสงวน ส่วนใหญ่เป็นวัดร้างมีพระจำพรรษาเพียงรูปเดียว แต่หน่วยงานท้องถิ่นบางแห่งกลับอนุญาตให้ก่อสร้างได้ ดังนั้นจึงต้องกำชับท้องถิ่น ให้ทราบว่าทางมหาเถรสมาคมไม่เคยมีระเบียบให้อนุญาตก่อสร้างสำนักสงฆ์บนพื้นที่ป่าและที่ดินของสปก. ทั้งนี้ตนจะนำกรณีครูบาชัยวัฒน์ เข้าหารือในที่ประชุมมหาเถรสมาคมเพื่อพิจารณาบทลงโทษทั้งทางวินัยและ ให้เป็นตัวอย่างกับพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมรุกป่าทั่วประเทศ
“ต่อไปนี้สำนักพุทธฯจะทำงานเชิงรุก หากเรื่องไหนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด เช่น กรณีวัดป่าชนะใจ จะเร่งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขโดยทันท่วงที อยากจะให้เห็นว่าสำนักพุทธฯ จะไม่เพิกเฉยเหมือนเมื่อก่อนและจะไม่โทษใคร โดยเฉพาะผู้บริหารและผู้ใหญ่ของทาง สปก. ทุกคนตั้งใจทำงาน แต่มีข้าราชการบางคนเท่านั้น ที่มาทำให้เสียภาพลักษณ์ ซึ่งเรื่องนี้ทางปปท.กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่เช่นกัน” นายกฤศกร กล่าว.
ด้านนายชีวะภาพ กล่าวว่า การกระทำของครูบาชัยวัฒน์ถือว่าเป็นพฤติกรรมค่อนข้างอุกอาจ เพราะข้อเท็จจริงพบว่าสถานที่ดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านการรับรองให้เป็นวัดหรือที่พักสงฆ์ อีกทั้งหากเทียบศีล 227 ข้อกับมาตรฐานจริยธรรมของนักการเมือง ตนมองว่าพระที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ก็ควรจะจับสึกให้ขาดออกจากความเป็นพระ “จริยธรรมตรงนี้น่าจะต้องบัญญัติขึ้นมา พระต้องคดีอาญาเนี่ย ควรจะหมดจากความเป็นพระ แต่คำถามคือว่าจะมีหน่วยงานใดจะเป็นคนฟันธง จึงฝากไปยังสำนักงานพระพุทธฯหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้พิจารณาสึกเลย” นายชีวะภาพ กล่าว. นายชีวะภาพยังกล่าวว่า ทางคณะกรรมาธิการฯจะช่วยผลักดันระเบียบและกฎหมาย ให้มีความเข้มข้นเพียงพอในการควบคุมพระสงฆ์ โดยจะต้องพิจารณายึดทรัพย์ของพระที่กระทำความผิดให้ตกเป็นของแผ่นดิน ให้ลาสิกขาออกจากการเป็นพระและต้องแจ้งความดำเนินคดี ในความผิดที่เกี่ยวข้องอย่างรอบครบถ้วน
