เสน่ห์ชุมชน”ตลาดบางลี่”


เมื่อวันที่ 28 ก.พ.69 สภาวัฒนธรรมอำเภอสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรีร่วมกับพิพิธภัณฑ์บ้านจีนกั๊ก ตลาดบางลี่ จัดเสวนาย้อนรอยเส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมชุมชนตลาดบางลี่สองพี่น้อง พร้อมเปิดตัว 120 ปี พิพิธภัณฑ์บ้านจีนกั๊กและหนังสือ”สองพี่น้อง บนเส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม”
โดยการเสวนานี้ได้รับเกียรติจากดร.เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมฟังเรื่องราวในความทรงจำจากสองพี่น้องตระกูลฉันทดิลก นายพิริยะ และนางสาวสกุณา ฉันทดิลก ตระกูลเก่าแก่ที่อาศัยอยู่ในอำเภอสองพี่น้องมาหลายชั่วอายุคน
นายวิศาล ตันติไพจิตร ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสองพี่น้องกล่าวถึงการจัดงานเสวนาครั้งนี้เป็นการเปิดตัว 120 ปีพิพิธภัณฑ์บ้านจีนกั๊ก ตลาดบางลี่และหนังสือ”สองพี่น้อง บนเส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม”อย่างเป็นทางการ โดยสภาวัฒนธรรมอำเภอสองพี่น้องร่วมกับพิพิธภัณฑ์บ้านจีนกั๊ก จัดขึ้นเพื่อรวบรวมเอาข้อเขียนทางประวัติศาสตร์ของอำเภอสองพี่น้องและตลาดบางลี่จากผู้เชี่ยวชาญ ปราชญ์ชาวบ้านและลูกหลานชาวบางลี่
“ประวัติศาสตร์คือความเป็นมาเป็นไปของตัวตนกลุ่มชาติพันธุ์ เราจะได้รู้ว่าพื้นเพเรามาจากไหน บรรพบุรุษเราทำมาหากินกันอย่างไร ทำให้เกิดพวกเรามาในวันนี้ ซึ่งได้รวบรวมไว้ในหนังสือเล่มนี้ทั้งหมด”ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอสองพี่น้องเผย

ดร.เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดงานโดยระบุว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญมาเป็นประธานในงาน 120 ปีประพาสต้นและเปิดพิพิธภัณฑ์บ้านจีนกั๊ก ตลาดบางลี่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรรบุรีในวันนี้และยังได้เปิดตัวหนังสือ”สองพี่น้อง:บนเส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม” โดยหนังสือเล่มนี้มีหลายเรื่องราวน่าสนใจ อย่างเช่นประวัติศาสตร์อำเภอสองพี่น้อง จดหมายเหตุอำเภอสองพี่น้อง ประวัติศาสตร์ชุมชนบางลี่ ประวัติชุมชนชาวญวน ชาติพันธุ์ลาว ประวัติศาสตร์มอญ และจบลงด้วยประวัติบุคคลสำคัญต่าง ๆ ในชุมชนตลาดบางลี่
จากนั้นเป็นเสวนาถ่ายทอดเรื่องราว”สองพี่น้องในความทรงจำ”ตระกูลฉันทดิลก ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ในชุมชนตลาดบางลี่ โดยนายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าฯตราดและนางสาวสกุณา ฉันทดิลก น้องสาว ปัจจุบันประกอบธุรกิจจำหน่ายเครื่องเขียนในตลาดบางลี่
นางสาวสกุณาได้ชื่อว่าเป็นผู้รู้ลึกประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ชุมชนตลาดบางลี่และสองพี่น้องหาตัวจับยากคนหนึ่ง ในฐานะเจ้าของวิทยานิพนธ์ดีเด่นสาขามานุษยวิทยา คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ ที่มีการนำข้อมูลมาใช้อ้างอิงงานวิชาการมากที่สุดเล่มหนึ่ง
นางสาวสกุณาเล่าว่าชุมชนตลาดบางลี่และสองพี่น้องหากสืบประวัติย้อนไปถึงสมัยอยุธยา ที่มีชุมชนคนไทยอยู่ร่วมกับชุมชนชาวจีนเดินทางจากแผ่นดินใหญ่มาตั้งรกราก จากนั้นสองพี่น้องได้ขยับขยายก่อตัวเป็นชุมชนใหญ่แล้วไหลมาสู่ชุมชนตลาดบางลี่ในปัจจุบัน
“บางลี่หรือหมางลี่ เป็นครั้งแรกที่ได้ยินจากปากของพ่อ หมางลี่ที่คนจีนเรียก หมายถึงเป็นดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่พวกเขาค้นพบและมีความสุขที่ได้ตั้งกรากอยู่ที่นี่ จุดที่เขาคิดว่าเป็นที่อยู่ทำให้เขามีความสุข จนสร้างฐานะที่มั่นคง คามเจริญรุ่งเรืองของบางลี่มันก็จะนำพาซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมเยอะแยะมากมาย เราจะพบว่าในช่วงที่เราเป็นเด็กมีความสุขมากอยากจะบอกว่าเวลาไปไหนใครถามจะบอกทันทีว่าหนูมาจากสุพรรณบุรีบาลี่ค่ะ”เธอกล่าวอย่างภูมิใจ

ขณะ นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าฯตราด พี่ชาย เลือดเนื้อเชื้อไขชาวชุมชนบางลี่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ความรงจำสมัยวัยเด็กที่งดงาม โดยบอกว่าไม่ว่าจะย้ายไปรับราชการที่ไหน พอกลิ่นไอดินก็จะนึกถึงบางลี่ขึ้นมาทันที ยิ่งได้ฟังเพลงโปรดเถิดดวงใจ ของทูล ทองใจแล้วยิ่งรู้สึกได้ย้อนรำลึกถึงวัยเด็กที่เปิดฟังกันในทุกเช้าตรู่
“เมื่อใดที่ได้ฟังเพลงเหล่านี้ได้สูดอากาศสดใสก็จะนึกถึงตลาดบางลี่ในวัยเด็ก นึกถึงวิถีท้องถิ่นบางลี่มันเป็นความทรงจำที่อยู่ในตัวตนของเราผ่านไปกี่ปีก็ไม่มีวันลืม”ผู้ว่าฯตราดเผย
นายพิริยะกล่าวต่อว่าชีวิตวัยเด็กผูกพันกับสายน้ำมากเป็นความผูกพันความเป็นความตายถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกวิ่งเล่นในตรอกข้างโรงเจตกลงไปในลำน้ำขาขัดกับราวสะพาน โชคดีมีคนช่วยขึ้นมาได้ทัน ครั้งที่สองกระโดดลงไปในน้ำด้วยความคะนอง มีคนจับขึ้นมาได้อีกครั้งและครั้งที่สามแข่งกันดำน้ำลอดเรือเกี๊ยมจุ้นไม่ดูทิศทางน้ำพอดำลอดใต้ท้องเรือเบ้ตามน้ำ โผล่ยังไงก็โผล่ไม่ขึ้นดีที่กลั้นหายใจเฮือกสุดท้ายโผล่ขึ้นมาได้จนเกือบเอาตัวไม่รอด
“ผมยังเคยบอกทุกคนว่าตลาดบางลี่หล่อหลอมให้กับต้องไปเป็นข้าราชการฝ่ายปกครองของมหาดไทย เพราะได้ เห็นการขับเคลื่อนของคนในครอบครัวทั้งลุงทั้งเตี๊ย มาโดยตลอดในวัยเด็ก มันเป็นประสบการณ์ที่รู้สึกว่าเป็นเนื้อเดียวกันกับชีวิตของเราในทุกวันนี้”ผู้ว่าฯพิริยะกล่าวย้ำทิ้งท้าย

นี่เป็นส่วนหนึ่งเรื่
