กรมวิชาการเกษตรพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต“เห็ดถั่งเช่าสีทอง” ให้ได้ผลผลิตและสารสำคัญสูง ตอบโจทย์ตลาดสมุนไพร

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างต่อเนื่อง ในการยกระดับสินค้าเกษตรและบริการให้มีมูลค่าสูง พร้อมพัฒนากระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในทุกมิติ ควบคู่กับการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ที่ให้ผลผลิตสูง มีคุณภาพ และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก

นางสาวบุญปิยธิดา คล่องแคล่ว นักวิชาการเกษตรชำนาญการศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย กล่าวว่า จากการศึกษาอาหารเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ด 5 สูตร ร่วมกับอิทธิพลของสีแสงจากหลอดไฟแอลอีดี 8 ชนิด พบว่า วัสดุเพาะที่เหมาะสมที่สุด คือ ข้าวขาวหอมมะลิเติมอาหารสูตร Modified Melin Norkran medium (MMN) ให้ประสิทธิภาพการผลิต (Biological Efficiency: B.E.) สูงถึง 82.87 เปอร์เซ็นต์ มีต้นทุนเพียง 4.72 บาทต่อขวด ให้น้ำหนักสดและน้ำหนักแห้งของดอกเห็ด 12.34 และ 2.59 กรัมต่อขวด ตามลำดับ และให้ปริมาณสารคอร์ไดซิปินและอะดีโนซีนในระดับสูง 11.32 และ 7.45 มิลลิกรัมต่อกรัมแห้ง ตามลำดับ

นอกจากนี้ การใช้แสงสีเขียวจากหลอดไฟแอลอีดีในระยะออกดอก พบว่า ให้ประสิทธิภาพการผลิตสูงสุด และให้ปริมาณสารคอร์ไดซิปินและอะดีโนซีนในระดับสูง แสดงให้เห็นว่า “สีของแสง” เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเพิ่มคุณภาพและศักยภาพการผลิตเห็ดถั่งเช่าสีทองให้เหมาะสมต่อการผลิตเชิงพาณิชย์

ในด้านสภาพแวดล้อมการเพาะเลี้ยง พบว่า การเพาะเลี้ยงในสภาพธรรมชาติบนพื้นที่สูง 900–1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในช่วงเดือนกันยายน–กุมภาพันธ์ ซึ่งมีอุณหภูมิ 20–25 องศาเซลเซียส ให้ผลผลิตดี มีค่า B.E. มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และสามารถลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้ถึง 2,533 บาทต่อรอบการผลิต ขณะที่การเพาะเลี้ยงในโรงเรือนควบคุมอุณหภูมิ 20–22 องศาเซลเซียส ที่ระดับความสูง 400 เมตรจากระดับน้ำทะเล สามารถผลิตได้ตลอดทั้งปี รองรับการผลิตเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง

เห็ดถั่งเช่าสีทองถือเป็นสมุนไพรเศรษฐกิจที่มีความต้องการสูง โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งมีความต้องการมากถึง 500 ตันต่อปี ขณะที่กำลังการผลิตยังไม่เพียงพอ กรมวิชาการเกษตรจึงเร่งถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ ผ่านการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การอบรม บทความวิชาการ และเอกสารเผยแพร่ เพื่อขยายผลสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม อันจะช่วยยกระดับสมุนไพรไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรไทยในอนาคต เกษตรกรและผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย โทรศัพท์ 0 5317 0102

…………………………………………………………….