เริ่มแล้ว! “การประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการค้าและการลงทุนเอเปค” ประจำปี 2569

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการค้าและการลงทุนของเอเปค ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 ณ นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้หัวข้อหลัก “เสริมสร้างประชาคมเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อความรุ่งเรืองร่วมกัน มุ่งกระชับความร่วมมือและส่งเสริมกิจกรรมสนับสนุนการค้าดิจิทัล พร้อมเคาะประเด็นหลักด้านการค้าการลงทุน ที่เขตเศรษฐกิจเอเปคจะขับเคลื่อนร่วมกันในปีนี้

นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ผู้แทนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้เดินทางเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการค้าและการลงทุน (Committee on Trade and Investment: CTI) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในห้วงสัปดาห์การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค (APEC Senior Officials’ Meeting: SOM) ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 1-10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งถือเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในระดับเจ้าหน้าที่ ในฐานะที่สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพเอเปคในปี 2569 และได้นำเสนอหัวข้อหลักของการเป็นเจ้าภาพในปีนี้คือ “เสริมสร้างประชาคมเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อความรุ่งเรืองร่วมกัน” หรือ “Building an Asia-Pacific Community to Prosper Together” โดยมุ่งผลักดันใน 3 ประเด็น ได้แก่ เปิดกว้าง (Openness) มีนวัตกรรม(Innovation) และเสริมสร้างความร่วมมือ (Cooperation)

นางสาวโชติมา กล่าวว่า ที่ประชุม CTI ยังได้เห็นชอบให้มีประเด็นหลักด้านการค้าการลงทุนในปีนี้ ที่เขตเศรษฐกิจจะขับเคลื่อนร่วมกันให้เกิดเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ใน 3 ด้าน ได้แก่ 1) การขับเคลื่อนวาระการจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก หรือ FTAAP ให้มีความก้าวหน้า ซึ่งปี 2569 นับเป็นปีที่ครบวาระ 20 ปีของการประกาศวิสัยทัศน์การจัดตั้ง FTAAP ของเอเปค 2) การพัฒนาการค้าดิจิทัลโดยการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยและส่งเสริมการนำเทคโนโลยีเกิดใหม่ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ และ 3) การสนับสนุน CTI ให้มีบทบาทนำในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างคณะทำงานต่างๆ ของเอเปค รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้มากขึ้นและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเอเปคกับหุ้นส่วนภายนอกอีกด้วย

“เอเปคเป็นเวทีบ่มเพาะความคิด ที่ยึดหลักฉันทามติ ไม่มีข้อผูกมัดทางกฎหมาย พร้อมเปิดเวทีให้เขตเศรษฐกิจแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตามความสมัครใจ การประชุมครั้งนี้ ไทยรวมถึงเขตเศรษฐกิจอื่นๆ ได้กล่าวสนับสนุนให้เอเปค ยึดมั่นต่อระบบการค้าพหุภาคีที่มีองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) เป็นแกนกลาง โดย WTO ควรมีการปฏิรูปอย่างมีความหมายและเป็นรูปธรรมให้สอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และควรมีกลไกในการรักษาไว้ซึ่งระบบการค้าเสรีที่เป็นธรรมและคาดการณ์ได้ รวมทั้งสามารถสร้างความไว้วางใจระหว่างสมาชิก นอกจากนี้ ไทยยังได้กล่าวสนับสนุนบทบาทของเอเปคในการจัดทำข้อริเริ่มและโครงการของเอเปคในเรื่องต่างๆ และเข้าร่วมสนับสนุนโครงการที่จะเป็นประโยชน์และอยู่ในความสนใจของไทย เช่น การปฏิรูป WTO การศึกษาผลกระทบของ AI ที่มีต่อการค้าดิจิทัลของจีน และการจัดการหารือเพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการขับเคลื่อน AI และการสร้างแนวปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบและตรวจสอบได้ด้านแรงงานในห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐอเมริกา ตลอดจนโครงการเพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าดิจิทัลผ่านการประยุกต์ใช้ AI และเสริมสร้างระบบห่วงโซ่อุปทานของสิงคโปร์และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสมาชิกอาเซียนด้วย” นางสาวโชติมาเสริม

ทั้งนี้ เอเปคหรือกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประกอบด้วยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี จีน จีนฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยในปี 2568 การค้าของไทยกับกลุ่มเศรษฐกิจเอเปค มีมูลค่า 494,646.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 72.26 ของการค้ารวมของไทย โดยไทยส่งออกไปเอเปค มูลค่า 237,581.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากเอเปค มูลค่า 257,064.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ