“ร้อยเอก ธรรมนัส” ลงพื้นที่ติดตามการจัดที่ดินทำกินในเขตปฏิรูปที่ดินสวนส้ม จังหวัดเชียงใหม่ 

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามโครงการขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดินและแก้ไขปัญหาการจัดที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมรับฟังปัญหาจากเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ กลุ่มเกษตรกรทำสวนส้มมั่นคงปฏิรูปที่ดินฯ แปลง 2 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านหลวง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรสามารถเข้าถึงที่ดินทำกิน มีความมั่นคงทางที่อยู่อาศัย และเกิดการรวมกลุ่มเพื่อประกอบอาชีพในรูปแบบของสถาบันเกษตรกร โดยได้จัดเกษตรกรลงแปลง ส.ป.ก. สวนส้มแล้ว 477 ราย และเกษตรกรมีรายได้เฉลี่ย 50,000 บาทต่อรายต่อปี ผ่านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ โดยหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการผลิต ส่งเสริมการลดต้นทุน รวมถึงสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มเกษตรกร

“สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ ขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วหลายส่วน ทั้งการปรับพื้นที่เพื่อแบ่งแปลงที่อยู่อาศัย จำนวน 5 แห่ง เนื้อที่รวม 884 ไร่ การก่อสร้างถนนสายหลักระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร รวมถึงถนนสายซอย จำนวน 12 สาย ระยะทางรวมกว่า 2 กิโลเมตร เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ขณะเดียวกัน ยังมีงานด้านสาธารณูปโภคที่อยู่ระหว่างการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เช่น การบริหารจัดการน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและการเกษตร รวมถึงการก่อสร้างระบบไฟฟ้า เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานได้ครบถ้วน ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน” ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวเสริม

ทั้งนี้ โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล พื้นที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) แปลงสวนส้ม จังหวัดเชียงใหม่ มีเนื้อที่ 5,958 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสันต้นหมื้อ ตำบลบ้านหลวง อำเภอแม่อาย และตำบลเวียง อำเภอฝาง เป็นพื้นที่ที่ได้มาจากการยึดคืนตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 36/2559 โดย ส.ป.ก. ได้นำที่ดินดังกล่าวมาจัดสรรในรูปแบบของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) คือ การจัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้ประชาชนผู้ยากไร้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของรัฐ โดยเน้นการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์แบบรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์หรือชุมชน แต่ไม่ให้กรรมสิทธิ์ เพื่อแก้ปัญหาการบุกรุก ลดความเหลื่อมล้ำ ควบคู่กับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค และส่งเสริมความมั่นคงในการประกอบอาชีพ